ReadyPlanet.com
dot dot dot
dot

dot
ตราครุฑ




dot
ติดรส หวาน มัน เค็มมากไป ระวัง "โรคหัวใจ"

               

ติดรส หวาน มัน เค็มมากไป ระวัง "โรคหัวใจ"

วันที่ 13 กรกฎาคม 2561

      พฤติกรรมการรับประทานอาหารของคนในปัจจุบัน มักเน้นรสชาติที่ถูกปาก เมนูหน้าตาถูกใจ สีสันชวนน่ารับประทาน โดยเฉพาะรสหวาน มัน เค็ม ที่เรียกได้ว่าเป็นรสชาติยอดนิยมของคนไทย แต่กลับส่งผลเสียต่อสุขภาพ หากขาดการควบคุมและบริโภคเกินพอดี

อย่างที่ทราบกันดี ว่าเมืองไทยเรานั้นมีอาหารให้เลือกรับประทานมากมาย ที่สำคัญอาหารไทยมีครบทุกรส ทั้งหวาน มัน เค็ม เผ็ด เปรี้ยว รสชาติที่ชวนกินจึงนำไปสู่ความเสี่ยงในการบริโภคเกินพอดี ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดโรคหัวใจ ถ้าไม่รีบควบคุมปริมาณให้พอเหมาะไว้

  1. หวานไปไม่ดี 

    น้ำตาลเป็นแหล่งพลังงานที่ไม่มีสารอาหารอื่นๆ เมื่อบริโภคมากเกินไปร่างกายจึงได้รับแต่พลังงานเพียงอย่างเดียว ที่น่าสนใจคือแม้น้ำตาลจะมีหลายชนิด แต่ให้พลังงานไม่ต่างกันคือประมาณ 4 กิโลแคลอรี่ต่อกรัม และแม้ร่างกายจะมีกระบวนการป้องกันไม่ให้น้ำตาลในเลือดสูงเกินไป แต่หากบริโภคน้ำตาลมากเกินไป จะทำให้น้ำตาลในเลือดสูงส่งผลให้ร่างกายหลั่งอินซูลินจากตับอ่อนเพื่อนำน้ำตาลในเลือดเข้าสู่เซลล์แล้วเปลี่ยนเป็นพลังงาน ทั้งนี้ แต่ละคนจะตอบสนองต่ออินซูลินไม่เท่ากัน คนที่หลั่งอินซูลินแต่ร่างกายไม่สามารถนำน้ำตาลเข้าสู่เซลล์จะส่งผลทำให้น้ำตาลในเลือดสูง เกิดแนวโน้มที่จะเป็นโรคหัวใจเพิ่มขึ้นได้ในที่สุด 

    ป้องกันไม่ให้หวานมากเกินไปได้อย่างไร 

    สามารถป้องกันระดับน้ำตาลในร่างกายไม่ให้เกินได้โดย ควรกินน้ำตาลให้น้อย โดยเฉลี่ยไม่เกินวันละ 6 ช้อนชา(24 กรัม) เลี่ยงเครื่องดื่มทุกชนิดที่มีน้ำตาลมากกว่าร้อยละ 5 ซึ่งสังเกตได้จากฉลากข้างขวด เลือกทานผลไม้ที่มีปริมาณน้ำตาลน้อย เช่น ฝรั่ง มะละกอ แอปเปิ้ลเขียว ส่วนของหวานหลังอาหารรับประทานได้ แต่ควรเน้นรสหวานน้อยและสลับกับการรับประทานผลไม้หลังมื้ออาหาร


  2. มันมากโรคถามหา


    ไขมัน ถือเป็นสารอาหารจำเป็นต่อร่างกายและเป็นแหล่งพลังงานสำคัญ ไขมัน 1 กรัม ให้พลังงานสูงถึง 9 กิโลแคลอรี่ มากกว่าคาร์โบไฮเดรตและโปรตีน หากรับประทานไขมันมากเกินไป นอกจากจะทำให้อ้วนยังนำไปสู่โรคเรื้อรังได้ โดยเฉพาะไขมันทรานส์ที่เกิดขึ้นระหว่างกระบวนการผลิตไขมันเทียม ซึ่งพบในเนยขาว เนยเทียม เบเกอรี่ โดนัท คุกกี้ ครีมเทียมบางชนิด ฯลฯ หากรับประทานมากเกินไปจะไปสะสมอยู่ตามผนังหลอดเลือด ส่งผลให้เส้นเลือดตีบ ทั้งยังเพิ่มไขมันชนิดไม่ดี (LDL) และลดไขมันชนิดดี (HDL) ทำให้มีโอกาสเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจเพิ่มสูงขึ้นได้ นอกจากนี้การรับประทานอาหารที่มีกรดไขมันอิ่มตัวมากซึ่งมักพบในน้ำมันจากสัตว์ เนื้อสัตว์ที่มีไขมันขาวๆ ไขมันในนม และเนยสด จะส่งผลให้คอเลสเตอรอลสูง เสี่ยงต่อการเป็น
    โรคหัวใจและหลอดเลือดมากขึ้นเช่นกัน 

    วิธีป้องกันไขมันไม่ให้เกิน 

    คือ ควรกินไขมันให้น้อยไม่เกินวันละ 6 ช้อนชา(30 กรัม) ทานเนื้อสัตว์ไม่มีหนัง ไม่ติดมัน และไม่ควรเกิน 9 ช้อนโต๊ะต่อวัน เลี่ยงอาหารทอดเพราะน้ำมันที่ใช้ทอดอาหารอย่าง น้ำมันหมู น้ำมันปาล์ม ฯลฯ มักจะมีกรดไขมันอิ่มตัวมาก งดอาหารที่มีไขมันทรานส์ เช่น เค้ก ครีมเทียม ป๊อปคอร์น แฮมเบอร์เกอร์ ฯลฯ และ ไม่ควรทานอาหารที่ใช้น้ำมันทอดซ้ำ เป็นต้น


  3. เค็มมากร่างพัง

    ความเค็มเป็นรสชาติที่ติดปากคนไทย ซึ่งมาจากสารประกอบโซเดียมคลอไรด์หรือเกลือที่นำมาใช้ในการทำอาหาร ซึ่งโซเดียมนั้นมีประโยชน์กับร่างกายคือช่วยให้ระบบไหลเวียนของร่างกายเป็นปกติ ความดันและปริมาตรของเลือดเป็นปกติ แต่หากได้รับโซเดียมมากเกินไปจะนำมาซึ่งผลเสียต่อสุขภาพคือ เมื่อทานเกลือจะอยากทานน้ำ พอทานน้ำเข้าไปรวมเป็นน้ำเกลือก็จะเพิ่มปริมาณเกลือแร่ในเลือด ส่งผลให้หัวใจต้องสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ หนักขึ้น เปรียบเหมือนหัวใจเล่นเวท ทำให้แรงดันหลอดเลือดสูง อาจเกิดภาวะหัวใจโต นำไปสู่ภาวะหัวใจล้มเหลวได้ และการกินเค็มมากไป ทำให้เป็นความดันโลหิตสูง ซึ่งนำไปสู่ภาวะเส้นเลือดในสมองแตกหรืออัมพาตได้ ที่น่ากลัวคือเมื่อโซเดียมมากเกินไป ร่างกายอาจไม่แสดงอาการ แต่จะทำลายอวัยวะต่างๆ ไปเรื่อยๆ ดังนั้น การตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปีคือสิ่งสำคัญ 

    วิธีป้องกันโซเดียมไม่ให้เกิน

    ควรกินโซเดียมให้น้อยไม่เกินวันละ 1 ช้อนชา (2,000 มิลลิกรัม) งดการเติมน้ำปลาพริกในอาหาร ไม่จิ้มพริกเกลือเมื่อกินผลไม้ เลี่ยงการทานอาหารแปรรูป อาหารสำเร็จรูป อาหารหมักดอง อาหารอบแห้ง ขนมกรุบกรอบ และลดความถี่กับปริมาณการรับประทานน้ำจิ้มต่างๆ ลง
 

 

สิ่งสำคัญคือการปรับพฤติกรรม โดยลดการกินหวาน มัน เค็มลงจะช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจได้ นอกจากนี้การตรวจเช็กสุขภาพหัวใจก็มีความสำคัญ หากรู้ว่าตนเองมีปัจจัยเสี่ยง ติดรับประทานอาหารที่มีรสหวาน มัน เค็มในปริมาณมากไม่ควรชะล่าใจ ควรตรวจคัดกรองโรคหัวใจเช็กความแข็งแรงของหลอดเลือด ยิ่งถ้ามีปัจจัยเสี่ยงทางพันธุกรรมยิ่งควรใส่ใจเข้ารับการตรวจเช็กหัวใจเป็นประจำทุกปี เพื่อห่างไกลจากโรคหลอดเลือด




แพทย์ วิสัญญี เภสัชกร ยาแผนปัจจุบัน การดูแลผู้ป่วย สาระน่ารู้เกี่ยวกับโรคต่างๆ

ผลการรักษามะเร็งต่อมน้ำเหลืองในวัยรุ่นและวัยหนุ่มสาว
การดูแลรักษาไต
วิธี ทดสอบตัวเองว่ามีความเสี่ยง เป็นโรคหลอดเลือดในสมองแตกหรือไม่
ทางเลือกในการสู้กับมะเร็ง article
ทำ2สิ่งนี้ไม่มีป่วยตลอดชีวิต article
สารความแก่ เอาออกได้ article
วิธีกำจัดหูดเล็กๆ article
“ไข่ไก่” แก้โรคขี้หลงขี้ลืมคนสูงอายุ article
6 สิ่งที่คุณไม่ควรทำหลังกินอาหารเสร็จ article
วิธีไล่ยุงแบบธรรมชาติ article
แก้ไขภาวะนอนไม่หลับในผู้สูงวัย article
มะเร็ง ใจเสาะ article
ดูให้รู้ : หายปวดเมื่อยด้วยสามท่า article
พยาบาลศัลยกรรม กับ บักปัญญา article
หยุดทุกโรคจากระบบน้ำเหลืองเสีย article
1นาทีพิชิตโรค article
3 วิธีลด “โซเดียม” ในร่างกายฉบับด่วนจี๋ article
ผลเสียที่เกิดจาก “กินเร็วเกินไป” article
สุขภาพสร้างได้
การดูแลสุขภาพกับ โรคที่ผู้หญิงควรตรวจ
กล้ามเนื้อหัวใจวายเฉียบพลัน
กินยาให้ถูกวิธีง่ายแค่นี้เอง
10 เมนูสุขภาพฟันที่ดี
ลดความเสี่ยงลูกเกิดมาพิการ
โทษของบุหรี่ที่มีผลต่อสุขภาพ



เว็บไซต์ www.legendnews.net ไม่สงวนลิขสิทธิ์ ในการคัดลอกหรือเปลี่ยนเป็นชื่อเว็บของท่าน