
เปรตอัณฑะโต’ คติที่ไปของผู้ใช้กฎหมายไม่เป็นธรรม
ท่านพระโมคคัลลานะกล่าวว่า :-
อาวุโส ! ผมลงจากคิชฌกูฏบรรพต เขตพระนครราชคฤห์นี้ ได้เห็นกุมภัณฑเปรตชาย มีอัณฑะโตเท่าหม้อ ลอยไปในเวหาส์ เปรตนั้นแม้เมื่อเดินไปย่อมยกอัณฑะเหล่านั้นแหละขึ้นพาดบ่าเดินไป แม้เมื่อนั่งก็ย่อมนั่งบนอัณฑะเหล่านั้นแหละ ฝูงแร้งเหยี่ยว และนกตะกรุม พากันโฉบอยู่ขวักไขว่ จิกสับโดยแรง จิกทึ้ง ยื้อแย่ง สะบัดซึ่งเปรตนั้นอยู่ไปมา เปรตนั้นร้องครวญคราง ... .
อาวุโส ! ผมนั้นได้คิดเช่นนี้ว่า น่าอัศจรรย์จริงหนอ น่าประหลาดจริงหนอ ที่สัตว์แม้เห็นปานนี้ ยักษ์แม้เห็นปานนี้ เปรตแม้เห็นปานนี้ การได้อัตภาพแม้เห็นปานนี้ ก็มีอยู่.
ภิกษุทั้งหลายพากันเพ่งโทษ ติเตียน โพนทะนาว่า ท่านพระโมคคัลลานะอวดอุตริมนุสธรรม.
ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาครับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า :-
ภิกษุทั้งหลาย ! สาวกทั้งหลายย่อมเป็นผู้มีจักษุอยู่ ย่อมเป็นผู้มีญาณอยู่ เพราะสาวกได้รู้ได้เห็น หรือได้ทำสัตว์เช่นนี้ให้เป็นพยานแล้ว.
ภิกษุทั้งหลาย ! เมื่อกาลก่อนเราก็ได้เห็นสัตว์นั้น แต่เราไม่ได้พยากรณ์ ถ้าเราพยากรณ์สัตว์นั้นและคนอื่นไม่เชื่อเรา ข้อนั้นก็จะพึงเป็นไปเพื่อไม่เป็นประโยชน์เกื้อกูลเพื่อทุกข์แก่เขาเหล่านั้นสิ้นกาลนาน
ภิกษุทั้งหลาย ! ... สัตว์นั้นเคยเป็นผู้พิพากษาโกงชาวบ้าน (ตัดสินคดีไม่เป็นธรรม) อยู่ในพระนครราชคฤห์นี้เอง ... . ด้วยวิบากแห่งกรรมนั้น เขาหมกไหม้อยู่ในนรกหลายปี หลายร้อยปี หลายพันปี หลายแสนปี แล้วได้ประสบอัตภาพเช่นนี้ ด้วยวิบากแห่งกรรมนั้นแหละที่ยังเป็นส่วนเหลืออยู่.
ภิกษุทั้งหลาย ! โมคคัลลานะพูดจริง โมคคัลลานะไม่ต้องอาบัติ.
บาลี มหาวิ.วิ.๑:๒๑๐:๒๙๕.
# บาปอันบังคับความไม่เป็นธรรม_เป็นเปรตแบกอัณฑะแห่งตน #บ่มิเป็นตราชั่ง_บ่มิเป็นตราชู #สมุดภาพไตรภูมิ ฉบับกรุงศรีอยุธยา - ฉบับกรุงธนบุรี เล่ม 1 จากหนังสือพระมาลัยโบราณ ฉบับวัดดอนขนาก จ.นครปฐม อ.ดอกรัก พยัคศร ปริวรรตและเรียบเรียง เผยแพร่โดยศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) มีตอนหนึ่งว่าถึงบาปของการบังคับคดีความไม่เป็นธรรมไว้อย่างน่าสนใจคือ เป็นเปรตอัณฑะโตหรือ “กุมภัณฑเปรต” สำนวนกลอนอ่านง่ายสละสลวยดังนี้
๏ ยังมีเปรตหนึ่ง ลำบากเหลือใจ มีอัณฑะใหญ่ เติบเท่าตุ่มหามเลยลงถึงดิน ดุจดังถุงย่าม เน่าเปื่อยลามปาม เหม็นโขลงพึงชัง
เมื่อจะเดินไป แบกขึ้นบนหลัง วิ่งระเซเดินซัง โซเซไปมา ครั้นเมื่อจะนั่ง ใหญ่คับหว่างขา จึงตื่นขึ้นมา นั่งทับมันลง ครั้นเมื่อจะนั่งลง เจ็บปวดโก้งโค้ง จึงค่อยโขย่ง ลุกขึ้นโอ้เอ้ จึงแบกขึ้นเล่า พาแล่นโซเซ เหนื่อยหนักโอ้เอ้ สุดสิ้นถอยแรง แร้งกานกตะกรุม จิกสับยื้อแย่ง พาบินด้วยแรง พาไปเวหาร้องครางครืดครืด เจ็บปวดหนักหนา ทนเวทนา อะดักอะดน ฝูงเปรตหมู่นี้ เมื่อยังเป็นคน เป็นนายครองพล เป็นเจ้าท่านเมือง
ย่อมบังคับความ ให้เขาแค้นเคือง เป็นเจ้าท่านเมือง ว่าความบ่มิตรง ผู้ใดไร้ทรัพย์ เร่งข่มมันลง บังคับความบ่มิตรง เป็นคนลำเอียง เห็นแต่สินจ้าง ว่าความรายเรียง แต่งปากแต่งเสียง งุบงับดับเสีย ผู้ใดให้ทรัพย์ คิดอ่านไกล่เกลี่ย บรรดาจะเสีย ให้ได้สินไหม ผู้ใดเข็ญใจ มิให้อันใด ผิดชอบกดไว้ บ่มิได้ถามเลย บ่มิถามตามเจ้า ถามตามจำเลย บ่มิได้เบิกเผย คำเขาทั้งสอง บ่มิถามตามระบุ บ่มิถามตามทำนอง คำเขาทั้งสอง มิได้นำพา ปฏิเสธภาคเสธ บ่มีได้พากษา บ่มิพิจารณา บ่มิได้คิดดู บ่มิเป็นตราชั่ง บ่มิเป็นตราชู บ่มิได้ถามดู ตามพระวินัย บังคับความบ่มิแท้ เป็นอัณฑะใหญ่ เป็นเหนียงนอกใน เป็นหูดเป็นฝีฯ
ผู้ใช้กฎหมาย ใช้กฎ ไม่เป็นธรรม
แนะนำจาก ดร นพ ชลธวัช สุวรรณปิยะศิริ ที่มา เพจ สืบสวนศิลป์
******* เข้ากับคดีผม โจทย์ฟ้อง เอกสารอยู่ หมู4 ผิดหมู่ ฟ้องจำเลย หมู่ 2 คนละหมู่ คนละแปลง ฟ้องจำเลย ศาล ชั้นต้นยกฟ้องโจทย์ อุธรณ์ฏีกา ตัดสินให้โจทย์ชนะคดี สู้กันมา 25 ปี หัวหน้าคณะ ศาลฏีกา มะเร็งตายคำตัดสินคาอยู่ ที่ดินไม่กล้าออกโฉนดให้โจทย์ เพราะ. ......ถึงปัจจุบัน.