หลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียง และ เกษตรทฤษฎีใหม่
คือมรดกทางปัญญาที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) พระราชทานไว้เพื่อเป็นแนวทางให้ประชาชนชาวไทยสามารถพึ่งพาตนเองและดำเนินชีวิตได้อย่างมั่นคงท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโลก
1. ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (Sufficiency Economy)เป็นกรอบแนวคิดในการดำเนินชีวิตที่ตั้งอยู่บน "ทางสายกลาง" เพื่อให้เกิดความสมดุลและยั่งยืนใน 4 มิติ คือ เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรม โดยมีหลักการสำคัญคือ 3 ห่วง 2 เงื่อนไข:
- 3 ห่วง (หลักพิจารณา):
- ความพอประมาณ: ความพอดีที่ไม่น้อยหรือมากเกินไป ไม่เบียดเบียนตนเองและ ผู้อื่น
- ความมีเหตุผล: การตัดสินใจอย่างรอบคอบโดยพิจารณาจากเหตุปัจจัยและผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้น
- การมีภูมิคุ้มกันที่ดี: การเตรียมตัวให้พร้อมรับผลกระทบหรือการเปลี่ยนแปลงต่างๆ
- 2 เงื่อนไข (พื้นฐานการตัดสินใจ):
- เงื่อนไขความรู้: มีความรอบรู้ รอบคอบ และระมัดระวังในการนำวิชาการมาใช้
- เงื่อนไขคุณธรรม: มีความซื่อสัตย์สุจริต อดทน แบ่งปัน และใช้สติปัญญาในการดำเนินชีวิต
2. เกษตรทฤษฎีใหม่ (New Theory Agriculture)
คือการประยุกต์ใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียงลงสู่ภาคปฏิบัติในระดับไร่นา เพื่อบริหารจัดการที่ดินและน้ำที่มีจำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยแบ่งออกเป็น 3 ขั้นตอน
- ขั้นที่ 1 (ระดับครอบครัว): การจัดการที่ดินตามสูตร 30:30:30:10 เพื่อพึ่งพาตนเองด้านอาหาร:
- 30% ขุดสระน้ำ: เพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ในการเกษตรและเลี้ยงสัตว์
- 30% ปลูกข้าว: เพื่อให้มีข้าวไว้บริโภคพอเพียงตลอดปี
- 30% ปลูกพืชสวน/พืชไร่: เพื่อเป็นอาหารและรายได้เสริม
- 10% ที่อยู่อาศัย: สำหรับบ้าน ถนน และโรงเรือนอื่นๆ
- ขั้นที่ 2 (ระดับชุมชน): รวมกลุ่มเป็นสหกรณ์เพื่อร่วมกันผลิต การตลาด และการสวัสดิการ
- ขั้นที่ 3 (ระดับองค์กร): ประสานความร่วมมือกับแหล่งเงินทุนและบริษัท เพื่อขยายธุรกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตให้มั่นคงยิ่งขึ้น
เป้าหมายสูงสุดคือการสร้าง "ความสุขที่ยั่งยืน" โดยเริ่มจากการสร้างรากฐานที่แข็งแรงจากภายในสู่ภายนอก:
- พอมี พอกิน พอใช้: เน้นความมั่นคงพื้นฐานก่อนจะขยายไปสู่ความร่ำรวย
- การพึ่งพาตนเอง: ลดความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกและวิกฤตเศรษฐกิจ
- ความสมดุล: พัฒนาเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการรักษาสิ่งแวดล้อมและจริยธรรมในสังคม