legendnews แนะนำวิธีเรียนเก่ง
ReadyPlanet.com
dot dot
dot
ข่าว
dot
bulletการเมือง
bulletสื่อหลากสี
bulletข่าวภูมิภาค
bulletต่างประเทศ
bulletข้าราชการฉาว
bulletแพทย์ทางเลือก สมุนไพร
bulletแพทย์ เภสัช - วิสัญญีแพทย์
bulletระวังภัย
bulletนานาสาระ
bulletตำนาน
bulletสูตรเมนู - เคล็ดลับหารทำอาหาร
bulletมรดกโลก - สิ่งแวดล้อม
bulletวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
bulletคำคม - สุภาษิต
bulletเกษตร
bulletอุตสาหกรรม
bulletฮา ฮา
bulletเรื่องแปลก เชื่อหรือไม่
bulletข้อคิด...มุมมอง
bulletวัฒนธรรม เทศกาล ประเพณี
dot
TV ONLINE OPENWORLD
dot
bulletTV ONLINE OPENWORLD
bulletสนใจ-บริจาค คลิกที่นี่
dot
ศาสนา คำสอน คุณธรรม
dot
bulletพระประวัติสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
bulletตำราพระ
bulletนวโกวาท ชาวพุทธควรรู้
bulletตำราดูพระ
bulletอายตนะภายนอก 6 อายตนะภายใน 6
bulletคำสอนพุทธองค์ (มงคล 38 ประการ)
bulletกาลามสูตร 10
dot
การศึกษา พัฒนาเยาวชนไทย สู่การเป็นพลเมืองดี ที่มีคุณภาพ รู้เท่าทันการเมือง ระบบราชการไทย
dot
bulletเรียนฟรี 15 ปี ไม่มีในโลก!?
bulletที่นี้...โรงเรียนวัด
bulletการศึกษาในประเทศไทย
bulletข่าวโครงการไทยเข้มแข็งสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
bulletปัญหาการจัดการศึกษาของไทย
bulletแนะนำวิธีเรียนเก่ง
bulletการส่งเสริมการอ่าน
dot
ทันตแพทย์ สัตวแพทย์ กายภาพบำบัด
dot
bulletความรู้ด้านทันตแพทย์
bulletสัตวแพทย์
bulletกายภาพบำบัด
dot
องค์กรหลักที่มีพรัพยากรบุคคลจำนวนมาก ที่มีความรู้ความสามารถ ที่จะคัดเลือกเป็นกรรมการมีส่วนร่วมภาคประชาชน ระบบอำนาจรัฐ ควรจัดตั้งองค์กรดังกล่าวเข้ามามีส่วนร่วมภาคประชาชน รู้ไหมคะ ผู้นำองค์กรหลักทั้งหลายควรใช้สมองพัฒนาชาติ
dot
bulletสภาเศรษฐกิจสังคมแห่งชาติ
bulletโครงข่ายสภาเศรษฐกิจสังคมแห่งชาติทั่วประเทศ
bulletหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย
bulletสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
bulletสถาบันพระปกเกล้า
dot
กฎหมาย การเงิน บัญชี ธนาคาร
dot
bulletกฎหมายที่ควรรู้
bulletข้อคิดสำหรับนักกฎหมาย
bulletการเตรียมตัวเมื่อไปศาล
bulletการเตรียมตัวไปสถานีตำรวจ
bulletการเตรียมตัวไปอำเภอ
dot
dot
bulletเพลงไทย
bulletเพลงจีน
bulletเพลงสากล
bulletบรรเลง
bulletหนังประวัติศาตร์-สารคดี
dot
วีดีโอที่อยากให้ดู
dot
bulletพ่อลูกเตือนสติ
bulletเสวนาทำอย่างไรให้โลกสงบสุข
dot
สถาบันคนรักเมืองกาญจนบุรี
dot
bulletพลังสามัคคีแห่งควาย
bulletม้าลายสู้เพื่อชีวิต
dot
นาๆ ปัญหาการก่อสร้างและเครื่องกล รู้เท่าทันช่าง แบบบ้าน การใช้วัสดุก่อสร้างที่ถูกวิธิและประหยัด
dot
bulletแบบบ้านการใช้วัสดุที่ถูกวิธี
bulletรู้เท่าทันกลโกงของช่าง
bulletคลิกที่นี่เพื่อดู www.tigertemplecharity.org
ตราครุฑ
bulletรายการดี สาระเด่น
bulletคลิกที่นี่หรือรูปภาพเพื่อดูwww.thailandwisdom.com




แนะนำวิธีเรียนเก่ง

แนะนำวิธีเรียนเก่ง
        การเรียนเก่งในที่นี้ หมายถึงเรียนเก่งกว่าเดิม กล่าวคือเมื่อนักเรียนได้รับรู้วิธีการที่จะทำให้เรียนเก่งขึ้น และปฎิบัติได้ตลอดไปนักเรียนผู้นั้นก็จะเข้าใจในบทเรียน และสอบได้คะแนนดีขึ้น การที่จะเรียนเก่งขึ้นได้นั้นต้องฝึกตนเองให้สัมพันธ์กับสิ่งเหล่านี้คือ
   1. การแบ่งเวลา
   2. การทำการบ้าน
   3. วิธีทบทวนบทเรียน
   4 . ห้องสมุดกับการเรียนเก่ง
   5. การดูหนังสือเตรียมสอบ
   6. การพัฒนาความจำเพื่อให้เรียนเก่ง
หากนักเรียนคนใดสามารถปฎิบัติได้ตามหลักเกณฑ์ ทั้ง 6 ข้อนี้ จะต้องมีผลการเรียนที่ดีขึ้นอย่างแน่นอน

© ตัวอย่างการแบ่งเวลา การทำกิจกรรมประจำวันของนักเรียน

เวลา-กิจกรรม
   6.00 - 6.30 ตื่นนอน, ช่วยงานบ้าน
   6.30 - 7.00 กิจประจำวัน ( อาบน้ำ, แปรงฟัน,รับประทานอาหาร,แต่งตัว )
   7.00 - 8.30 เดินทางไปโรงเรียน ,อ่านหนังสือพิมพ์,สังสรรค์ในหมู่เพื่อน, ถ้ามีเวลาเหลืออ่าน บทเรียนที่จะเรียนใน ชั่วโมงแรก
   8.30 - 11.10 เรียน
   11.10 -12.00 รับประทานอาหาร (ไม่ควรเกินครึ่งชั่วโมง) เวลาที่เหลือทบทวนบทเรียน โดยวิธีถาม - ตอบด้วยปากเปล่า โดยกระทำ เป็นกลุ่มๆละประมาณ5 - 6 คนแล้วกำหนดผู้ถามโดยให้ผู้ถามไปเตรียมคำถามจากบทเรียนวิชา ต่างๆสลับกันไปควรมีคำถามเกี่ยวกับเหตุการณ์บ้านเมืองด้วย เพื่อให้สนุกควรมีการให้คะแนน ผู้ที่ได้คะแนน น้อยที่สุด อาจจะต้องเป็นผู้ไปรวบรวมคำถามในวันต่อไปก็ได้ (ทำให้สม่ำเสมอกันตลอดทั้งปี)
   12.00 - 15.30 เรียน
   15.30 - 16.30 เดินทางกลับบ้าน,หากใช้เวลาน้อยกว่านี้ เวลาที่เหลือบางวันเช่นวันศุกร์ ควรเล่นกีฬาหนักประมาณ 15 - 30 นาที กีฬาที่ควรเล่นเช่น ฟุตบอล,บาสเก็ตบอล,ตะกร้อ,เนตบอลวอลเลย์บอล ปิงปอง,ห่วงยาง ฯลฯ เพื่อเป็นการ ออกกำลังกายหนัก แต่ไม่ควรเล่นมากหรือบ่อยจนเกินไป เพราะจะทำให้สมองล้ากลับถึงบ้านไม่อยากทบทวน บทเรียน
   16.30 - 17.00 ช่วยงานบ้าน
   17.00 - 18.00 กิจประจำวัน อาบน้ำ,รับประทานอาหาร
   18.00 - 21.00 ทำการบ้าน ดูข่าวสาร เหตุการณ์บ้านเมืองประจำวัน
   21.00 – 22.00 อ่านทบทวนบทเรียน,โน้ตย่อบทเรียน,ทำกิจกรรมต่างๆก่อนนอน
   21.30 - 06.00 นอนหลับพักผ่อน
นักเรียนสามารถปรับตารางเวลาและกิจกรรมให้เข้ากับชีวิตประจำวันที่ทำอยู่ ถ้าต้องการให้ประสบผลสำเร็จควรทำสม่ำเสมอ

   © การทำการบ้าน
การทำการบ้านนับเป็นส่วนประกอบที่สำคัญมากของการเรียนเพราะถือเป็นการทบทวนบทเรียนที่มีระยะเวลาค้นคว้าทำความเข้าใจกว่าเวลาในห้องเรียน มีหลักที่ควรยึดดังนี้
   1. จัดเวลาทำการบ้าน ควรจะเป็นระยะเวลา 18.00 - 21.00 น.กับครึ่งวันเช้าหรือบ่ายของวันหยุด ควรทำอย่างสม่ำเสมอจนติดเป็นนิสัย ถ้าวันใดไม่มีการบ้าน ต้องทบทวนบทเรียนแทน
   2. ตรวจดูความยากง่าย เมื่อได้รับคำสั่งจากครู อาจารย์ให้ทำการบ้าน แบบฝึกหัดใดหรือบทใด ตรวจดูอย่างคร่าวๆว่าพอทำได้หรือไม่ หากมีที่สงสัยควรถาม ครู,อาจารย์ก่อน
   3. รีบทำการบ้านอย่าทิ้งไว้นาน เมื่อได้รับการบ้านวันใดให้รีบทำให้เสร็จในวันนั้น ถึงแม้กำหนดส่งการบ้านจะเหลืออีกหลายวันยกเว้นจะได้รับการบ้านหลายวิชา จึงค่อยทำวิชาที่ต้องส่งก่อนเป็นอันดับแรก หากทำการบ้านตามเวลาที่กำหนดไว้ไม่ทันต้องทำในเวลาทบทวนบทเรียน
  4. ตรวจดูความถูกต้องก่อนส่งครู

   © การทบทวนบทเรียน
การทบทวนบทเรียนนับเป็นกระบวนการที่สำคัญมากต่อการเรียนเพราะเป็นการเสริมความเข้าใจ และช่วยจำให้แม่นยำยิ่งขึ้นควรทำดังนี้
   1.จัดเวลา ควรต่อจากการทำการบ้าน และพักกลางวันหลังจากรับประทานอาหารแล้ว หรือเวลาอื่นๆ เช่นก่อนครูเข้าสอน ,ชั่วโมงว่าง
   2. โน้ตย่อใจความสำคัญของบทเรียน การโน้ตย่อนอกจากจะเป็นประโยชน์สำหรับดูก่อนสอบแล้วยังเป็นการทบทวนไปในตัวด้วย       เพราะการจะย่อใจความสำคัญ ได้ต้องอ่านและต้องเขียนด้วยซึ่งทำให้จำได้แม่นยำกว่า การอ่านอย่างเดียว
   3. สำหรับวิชาคำนวณ ควรย่อเฉพาะ กฎ,ทฎษฎี ,นิยาม สูตร และหมั่นทำแบบฝึกหัดที่เรียนไปแล้วเป็นการทบทวนสูตรไปด้วย
   4. อ่านโน้ตย่อทุกเวลาที่ว่างพอจะอ่านได้ เช่นเวลาเช้าเมื่อมาถึงโรงเรียนแล้วยังไม่ถึงเวลาเรียน เวลาพักกลางวัน

    © ชั่วโมงว่าง
ห้องสมุดกับการเรียนเก่ง
ห้องสมุดนับเป็นแหล่งการความรู้ที่ใกล้ตัวนักเรียนที่สุด ตำรามากที่สุดเท่าที่นักเรียนจะหาอ่านได้ และข้อสำคัญไม่ต้องเสียเงิน และที่สำคัญเป็นการฝึกการใช้ ห้องสมุด ซึ่งนักเรียนจะต้องใช้มากในระดับการเรียนที่สูงขึ้น
   1. นักเรียนจะอ่านอะไรในห้องสมุด การเข้าห้องสมุดทุกครั้งนักเรียนควรมีเป้าหมายว่าจะเข้าไปทำไมหรือไปอ่านหนังสืออะไร เช่น
       - ค้นคว้าหาความรู้เพื่อทำงานส่งครู - อาจารย์
       - หาความรู้เพิ่มเติมจากบทเรียน
       - อ่านข่าวความรู้จากหนังสือพิมพ์
       - เลือกอ่านหนังสือที่ให้เพลิดเพลินเพื่อยืมไปอ่านที่บ้าน
    2. อ่านหนังสือห้องสมุดอย่างไรได้ประโยชน์ที่สุด
       2.1 กรณีค้นคว้าทำรายงานส่งครู - อาจารย์ ควรทำในห้องสมุด ไม่ควรยืมหนังสือไปทำบ้านเพราะอาจยืมหนังสือไปไม่ครบ             ถ้าทำในห้องสมุดสงสัยเรื่องใด ค้นคว้าได้ทันที
       2.2 การอ่านเพื่อความรู้ประกอบบทเรียน ควรมีการจดหรือย่อลงสมุดพก ซึ่งนักเรียนควรมี เป็นเล่มเล็กๆติดตัว
       2.3 การอ่านหนังสือพิมพ์รายวัน เพราะจะได้แง่คิดข้อเท็จริงเปรียบเทียบได้
    3. การอ่านหนังสืออ่านเล่นมีประโยชน์ต่อนักเรียนอย่างไรในที่นี้หมายถึง นวนิยาย, เรื่องสั้น,สาระบันเทิง,ขำขัน
        การอ่านเรื่องอ่านเล่นนี้นอกจากจะเป็นการผ่อนคลายอารมณ์ที่เคร่งเครียดกับการเรียนและเป็นการให้ความเพลิดเพลินแล้ว         ยังมีประโยชน์อย่างมากต่อการทำงาน ในอนาคต เพราะการได้อ่านมากถึงแม้จะเป็นเรื่องอ่านเล่นก็ตาม จะทำให้นักเรียนอ่านหนังสือคล่อง         ได้เห็นแบบสำนวนมากทำให้ง่ายต่อการเขียนรายงาน จดหมายโต้ตอบ บันทึกต่างๆซึ่งสิ่งเหล่านี้จะต้องประสบในขณะที่เข้าทำงาน
    4. ฝึกนิสัยรักการอ่านได้อย่างไร นักเรียนเป็นจำนวนไม่น้อยที่ไม่ชอบอ่านหนังสือ พูดอีกอย่างว่าไม่มีนิสัยรักการอ่าน         แต่นักเรียนก็รู้ว่าการอ่านมีประโยชน์ เมื่อเป็นดังนี้เรามาฝึกการอ่านกันดีกว่า ขอแนะนำดังนี้
        4.1 ขั้นแรกอ่านข่าวที่น่าสนใจ ถ้าไม่ชอบการอ่านเอามากๆก็อ่านแค่พาดหัวข่าวก็ได้
        4.2 ดูภาพที่สนใจ ซึ่งส่วนใหญ่มักมีคำบรรยายประกอบ ซึ่งต้องอ่านประกอบความเข้าใจ
        4.3 อ่านเรื่องราวที่ชอบ เช่น เกี่ยวกับฟุตบอล,มวย,เย็บปักถักร้อย
        4.4 ทดลองอ่านนิทาน ,เรื่องสั้น,ที่ดีดีโดยอาจขอคำแนะนำจากบรรณารักษ์
       ถ้าปฎิบัติได้ตามข้างต้นอย่างน้อยก็ต้องพบเรื่องที่ชอบบ้าง และจะค่อยทำให้รักการอ่านภายหลัง แต่ถ้ายังไม่เกิดผลอะไรเลย           ก็คงต้องหาวิธีอื่นต่อไป, หรืออาจเกี่ยวกับเรื่องวัย,ภาวะของครอบครัวฯ

 

 







เว็บไซต์ www.legendnews.net ไม่สงวนลิขสิทธิ์ ในการคัดลอกหรือเปลี่ยนเป็นชื่อเว็บของท่าน

www.legendnews.net
เว็บไซต์นี้จัดทำขึ้น เพื่อสนับสนุน ครอบครัว หมู่บ้าน ตำบล เปิดสื่อออนไลน์ วิจารณ์การเมือง ข้าราชการ
เอ็นจีโอ สื่อไร้จรรยาบรรณ ปกป้องมิให้กระทำความชั่ว ต่อมวลชนไทย ไม่สงวนสิทธิ์ ในการคัดลอก
หรือนำไปเชื่อมต่อเว็บ หรือเปลื่ยนหัวสื่อออนไลน์ www.legendnews.net เป็นชื่อสื่อของท่าน เพราะเปิดเว็บข้อมูลเบื้องต้น
ผู้เข้าชมและข้อมูลข่าวยังมีน้อย อาจไม่จูงใจผู้เข้าชม ผู้ใดสนใจ ติดต่อที่อยู่ด้านล่างของคอลัมน์นี้ ไม่มีค่าใช้จ่าย และข้อผูกมัดใดๆทั้งสิ้น
สนับสนุนโดย ที่ปรึกษาและประธานกองทุนการศึกษานักหนังสือพิมพ์ภูมิภาคแห่งประเทศไทย ขอขอบคุณที่ท่านบอกต่อเพื่อนเว็บของท่านและผู้เยื่ยมชมทุกท่าน