legendnews ความเป็นมาและประโยชน์น้ำหมักชีวภาพหรือEM
ReadyPlanet.com
dot dot
dot
ข่าว
dot
bulletการเมือง
bulletสื่อหลากสี
bulletข่าวภูมิภาค
bulletต่างประเทศ
bulletข้าราชการฉาว
bulletแพทย์ทางเลือก สมุนไพร
bulletแพทย์ เภสัช - วิสัญญีแพทย์
bulletระวังภัย
bulletนานาสาระ
bulletตำนาน
bulletสูตรเมนู - เคล็ดลับหารทำอาหาร
bulletมรดกโลก - สิ่งแวดล้อม
bulletวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
bulletคำคม - สุภาษิต
bulletเกษตร
bulletอุตสาหกรรม
bulletฮา ฮา
bulletเรื่องแปลก เชื่อหรือไม่
bulletข้อคิด...มุมมอง
bulletวัฒนธรรม เทศกาล ประเพณี
dot
TV ONLINE OPENWORLD
dot
bulletTV ONLINE OPENWORLD
bulletสนใจ-บริจาค คลิกที่นี่
dot
ศาสนา คำสอน คุณธรรม
dot
bulletพระประวัติสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
bulletตำราพระ
bulletนวโกวาท ชาวพุทธควรรู้
bulletตำราดูพระ
bulletอายตนะภายนอก 6 อายตนะภายใน 6
bulletคำสอนพุทธองค์ (มงคล 38 ประการ)
bulletกาลามสูตร 10
dot
การศึกษา พัฒนาเยาวชนไทย สู่การเป็นพลเมืองดี ที่มีคุณภาพ รู้เท่าทันการเมือง ระบบราชการไทย
dot
bulletเรียนฟรี 15 ปี ไม่มีในโลก!?
bulletที่นี้...โรงเรียนวัด
bulletการศึกษาในประเทศไทย
bulletข่าวโครงการไทยเข้มแข็งสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
bulletปัญหาการจัดการศึกษาของไทย
bulletแนะนำวิธีเรียนเก่ง
bulletการส่งเสริมการอ่าน
dot
ทันตแพทย์ สัตวแพทย์ กายภาพบำบัด
dot
bulletความรู้ด้านทันตแพทย์
bulletสัตวแพทย์
bulletกายภาพบำบัด
dot
องค์กรหลักที่มีพรัพยากรบุคคลจำนวนมาก ที่มีความรู้ความสามารถ ที่จะคัดเลือกเป็นกรรมการมีส่วนร่วมภาคประชาชน ระบบอำนาจรัฐ ควรจัดตั้งองค์กรดังกล่าวเข้ามามีส่วนร่วมภาคประชาชน รู้ไหมคะ ผู้นำองค์กรหลักทั้งหลายควรใช้สมองพัฒนาชาติ
dot
bulletสภาเศรษฐกิจสังคมแห่งชาติ
bulletโครงข่ายสภาเศรษฐกิจสังคมแห่งชาติทั่วประเทศ
bulletหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย
bulletสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
bulletสถาบันพระปกเกล้า
dot
กฎหมาย การเงิน บัญชี ธนาคาร
dot
bulletกฎหมายที่ควรรู้
bulletข้อคิดสำหรับนักกฎหมาย
bulletการเตรียมตัวเมื่อไปศาล
bulletการเตรียมตัวไปสถานีตำรวจ
bulletการเตรียมตัวไปอำเภอ
dot
dot
bulletเพลงไทย
bulletเพลงจีน
bulletเพลงสากล
bulletบรรเลง
bulletหนังประวัติศาตร์-สารคดี
dot
วีดีโอที่อยากให้ดู
dot
bulletพ่อลูกเตือนสติ
bulletเสวนาทำอย่างไรให้โลกสงบสุข
dot
สถาบันคนรักเมืองกาญจนบุรี
dot
bulletพลังสามัคคีแห่งควาย
dot
นาๆ ปัญหาการก่อสร้างและเครื่องกล รู้เท่าทันช่าง แบบบ้าน การใช้วัสดุก่อสร้างที่ถูกวิธิและประหยัด
dot
bulletแบบบ้านการใช้วัสดุที่ถูกวิธี
bulletรู้เท่าทันกลโกงของช่าง
bulletคลิกที่นี่เพื่อดู www.tigertemplecharity.org
ตราครุฑ
bulletรายการดี สาระเด่น
bulletคลิกที่นี่หรือรูปภาพเพื่อดูwww.thailandwisdom.com




ความเป็นมาและประโยชน์น้ำหมักชีวภาพหรือEM
ความเป็นมาและประโยชน์น้ำหมักชีวภาพหรือEM

น้ำหมักชีวภาพหรือน้ำสกัดชีวภาพ
ปัจจุบันได้มีการเรียกชื่อน้ำหมักชีวภาพที่แตกต่างกันออกไป เช่น น้ำสกัดชีวภาพ ปุ๋ยน้ำจุลินทรีย์ เป็นต้น และผู้คิดค้นวิธีการทำน้ำหมักชีวภาพขึ้นมาขณะนี้ไม่ต่ำกว่า 100 สูตร โดยเกษตรกรเองได้ทดลองทำ และเรียนรู้นำไปใช้กับพืชผลของตนเอง ก็ได้พบความมหัศจรรย์ของเจ้าน้ำหมักชีวภาพตัวนี้ ว่าสามารถดลบันดาลให้พืชผลของตนเองเจริญเติบโตงอกงามขึ้นอย่างรวดเร็ว ในระยเวลามิช้ามินาน ศัตรูพืชที่เคยเข้ามารบกวนพืชผลต่าง ๆ หลังจากปลูกไม่ว่าจะเป็นโรคแมลงค่อย ๆ ลดน้อยถอยลงไปเป็นลำดับ หลังจากที่ได้ใช้น้ำหมักชีวภาพนี้แล้ว จึงแสดงให้เห็นว่าน้ำหมักชีวภาพมีความสำคัญ และความจำเป็นต่อการทำเกษตรอินทรีย์อย่างแท้จริง


ประโยชน์ของน้ำหมักชีวภาพ
ó เร่งการเจริญเติบโตของพืช ó เร่งการออกดอกของพืช

ó เพิ่มคุณภาพของผลผลิตให้ดีขึ้น ó เป็นสารไล่แมลงศัตรูพืชง

ó เป็นสารเสริมสุขภาพในคนและสัตว์ ó บำบัดกลิ่นเหม็นในปศุสัตว์

ó ฉีดพ่นก่อนไถกลบตอซังทำให้ตอซังนิ่ม ó บำบัดน้ำเสียในการประมง

ó เป็นสารเร่งและเป็นธาตุอาหารเสริมในปุ๋ยหมัก


วิธีทำน้ำหมักชีวภาพ
จำแนกได้เป็น 7 ประเภทหลัก ๆ ดังนี้

1. การทำน้ำหมักชีวภาพจากพืชสด

2. การทำน้ำหมักชีวภาพจ่ากผลไม้

3. การทำน้ำหมักชีวภาพจากสัตว์ เช่น หอยเชอรี่ ปลา

4. การทำน้ำหมักชีวภาพจากมูลสัตว์

5. การทำน้ำหมักชีวภาพจากขยะในครัวเรือน

6. การทำน้ำหมักชีวภาพจากสูตรรวมมิตร

7. การทำน้ำหมักชีวภาพป้องกันกำจัดศัตรูพืช


วิธีการทำน้ำหมักชีวภาพจากพืชสด
ส่วนผสม
1. พืชสดทั่วไปที่หาได้ในหมู่บ้าน เช่น ผักบุ้ง กวางตุ้ง คะน้า ผักขม ผักเสี้ยน

หรืออื่น ๆ ที่สดตัดให้เป็นชิ้นเล็กรวมกัน 3 ส่วน

2. กากน้ำตาล 1 ส่วน

3. เปลือกสับปะรด 1 ส่วน

4. น้ำมะพร้าว 1 ส่วน (ถ้ามี)

วิธีทำ นำพืช กากน้ำตาลเปลือกสับปะรด และน้ำมะพร้าวตามอัตราส่วนผสมคลุกเคล้าด้วยกันบรรจุลงในถังหมักพลาสติก ปิดฝาเก็บไว้ในที่ร่ม นาน 7 - 15 วัน จึงสามารถใช้ได้

ประโยชน์ / วิธีใช้
è เร่งการเจริญเติบโตของพืชผัก พืชไร่ ไม้ผล ใช้น้ำหมักชีวภาพ 3 - 4 ช้อนชา ต่อน้ำ 1 ปี๊บ ฉีดพ่นทุก ๆ 5 - 7 วัน

è ใช้เป็นสารเร่งและเพิ่มคุณภาพปุ๋ยหมัก ใช้กำจัดกลิ่นน้ำเสียหรือในคอกปศุสัตว์ใช้นำหมักชีวภาพ

15 - 20 ช้อน ต่อน้ำ 1 ปี๊บ ราด รดให้ชุ่ม

è ให้แช่เมล็ดพันธุ์ก่อนเพาะปลูก 12 ชั่วโมง ช่วยเพิ่มเปอร์เซ็นต์ความงอกใช้น้ำหมักชีวภาพ 3 ช้อน ต่อน้ำ 1 ปี๊บ แช่เมล็ดพันธุ์

วิธีทำน้ำหมักชีวภาพจากผลไม้
ส่วนผสม
1. ผลไม้สุก เช่น ฟักทอง มะละกอ กล้วยน้ำหว้า หรือมะเขือเทศรวมกัน 2 ส่วน

2. พืชสดหลาย ๆ ชนิดสับเป็นชิ้นเล็ก 1 ส่วน

3. กากน้ำตาล 1 ส่วน

4. เปลือกสับปะรด 1 ส่วน

5. น้ำมะพร้าว 1 ส่วน (ถ้ามี)

วิธีทำ นำผลไม้ พืชสด กากน้ำตาล เปลือกสับปะรด น้ำมะพร้าวตามอัตราส่วน ผสมคลุกเคล้าเข้ากัน บรรจุถังหมักพลาสติกปิดฝาเก็บไว้ในที่ร่ม นาน 7 - 15 วัน จึงสามารถใช้ได้

ประโยชน์ / วิธีใช้
è เร่งการติดดอก ติดผล ของพืชผักผลไม้ ใช้นำหมักชีวภาพ 3 - 4 ช้อนแกง ต่อน้ำ 1 ปี๊บ

(20 ลิตร) ฉีดพ่นทางใบ ทุก ๆ 5-7 วัน ตั้งแต่ระยะพืชออกดอก และติดผลได้

è ประโยชน์อื่น ๆ ได้เช่นเดียวกับน้ำหมักชีวภาพจากพืชสด

วิธีทำน้ำหมักชีวภาพจากสัตว์

ส่วนผสม

1. เปลือกหอยเชอรี่บดละเอียดหรือปลา 2 ส่วน

2. กากน้ำตาล 1 ส่วน

3. เปลือกสับปะรด 1 ส่วน

4. น้ำมะพร้าว 1 ส่วน (ถ้ามี)

วิธีทำ นำหอยเชอรี่ทุบหรือบดละเอียดหรือปลา กากน้ำตาลและเปลือกสับปะรดผสมคลุกเข้าด้วยกัน ตามอัตราส่วน บรรจุลงถังหมักปิดฝาเก็บไว้ในที่ร่มนาน 15-30 วัน ใช้งานได้

ประโยชน์และวิธีใช้
è ใช้ประโยชน์อื่น ๆ ได้เช่นเดียวกับน้ำหมักชีวภาพชนิดอื่น

วิธีการทำน้ำหมักชีวภาพป้องกันกำจัดศัตรูพืช

วิธีทำ 1. ปฏิบัติเช่นเดียวกับการทำน้ำหมักชีวภาพเพียงแต่เปลี่ยนชนิดพืชผัก ผลไม้เป็นชนิดพืชที่มีฤทธิ์ทางยาสมุนไพร เช่น สะเดา ข่า ตะไคร้หอม ยาสูบ บอระเพ็ด สาบเสือ อื่น ๆ

2. หรือจะใช้วิธีนำพืชดังกล้าวมาทุบหรือตำให้แตก แช่น้ำหมักทิ้งไว้ 24 ชั่วโมง แล้วกรองเอาแต่น้ำไปใช้ฉีดพ่นพืชได้

ประโยชน์ / วิธีใช้

è เช่นเดียวกับน้ำหมักชีวภาพทั่วไป


ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการทำและใช้น้ำหมักชีวภาพ

1. ควรใช้น้ำหมักชีวภาพฉีดพ่น ราด รดพืชผัก ผลไม้ในเวลาเช้าหรือเย็นไม่ควรให้ถูกแสงแดดเนื่องจากน้ำหมักชีวภาพมีชีวิต คือ จุลนทรีย์ที่เป็นประโยชน์

2. ไม่ควรใช้นำหมักชีวภาพร่วมกับสารเคมีทุกชนิด

3. เคล็ดลับการหมัก ให้คอยเขย่าถังหมักพร้อมเปิดฝาวันละ 2 ครั้ง เช้า เย็น เมื่อครบ 7 วัน ให้ดมกลิ่นว่าหอมหวานแสดงว่าดีใช้ได้ แต่ถ้ามีกลิ่นบูดเปรี้ยว ให้แก้ไขด้วยการเติมกากน้ำตาลเพิ่มหมักต่ออีก 3 วัน แล้วให้ดมกลิ่นดู ถ้ายังมีรกลิ่นบูดเปรี้ยวอีกให้เติมกากน้ำตาลหมักไว้จนกว่าจะมีกลิ่นหอมหวาน การเก็บน้ำหมักชีวภาพที่ดีต้องเก็บไว้ในที่มืดภายในอุณหภูมิห้องนาน 6 เดือน - 1 ปี ระหว่างที่เก็บหากมีกลิ่นบูดเปรี้ยวก็ให้เติมกากน้ำตาลลงไปแล้วหมักต่อ

4. การใช้น้ำหมักชีวภาพ ถ้าจะให้ได้ผลต้องใช้ควบคู่กับปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก


ผลิตจากหอยเชอรี่

วิธีที่ 1 การทำจากหอยเชอรี่ทั้งตัวพร้อมเปลือก
นำตัวหอยเชอรี่ทั้งตัวมาทุบหรือบดให้ละเอียดจะได้เนื้อหอยเชอรี่พร้อมเปลือกและน้ำจากตัวหอยเชอรี่ และนำผสมกับน้ำตาล และน้ำหมักหัวเชื้อจุลินทรีย์ธรรมชาติ อัตรา 3 : 3 : 1 คนให้เข้ากันและนำไปบรรจุในถังหมักขนาด 30 ลิตร หรือ 200 ลิตร อย่างใดอย่างหนึ่งปิดฝาทิ้งไว้อาจคนให้เข้ากันหากมีการแบ่งชั้นให้สักเกตุดูว่ากลิ่นเหม็นหรือไม่ ถ้ามีกลิ่นเหม็นให้ใส่น้ำตาลโมลาสเพิ่มขึ้น และคนให้เข้ากันจนกว่าจะหายเหม็น ทำอย่างนี้เรื่อยไปจนกว่าจะไม่เกิดแก๊ซให้เห็นบนผิวหน้าของน้ำหมักหอยเชอรี่ แต่จะเห็นความระยิบระยับอยู่ที่ผิวหน้าน้ำหมักดังกล่าว บางครั้งอาจจะพบว่ามีตัวหนอนลอยบนผิวหน้าและบริเวณข้างถังภาชนะบรรจุ ควรรอจนกว่าตัวหนอนดังกล่าวตัวใหญ่เต็มที่และตายไป ถือว่าน้ำหมักหอยเชอรี่ทั้งตัวเสร็จสิ้นขบวนการกลายเป็นน้ำหมักชีวภาพหอยเชอรี่ สามารถนำไปใช้ได้หรือนำไปพัฒนาผสมผสานกับปุ๋ยน้ำอื่น ๆ ใช้ประโยชน์ต่อไป

วิธีที่ 2 การทำจากไข่หอยเชอรี่
นำไข่หอยเชอรี่หรือกลุ่มไข่หอยเชอรี่มาทุบหรือบดให้ละเอียด จะได้นำไข่หอยเชอรี่พร้อมเปลือกแล้วนำไปผสมกับกากน้ำตาลและน้ำหมักหัวเชื้อจุลินทรีย์ธรรมชาติ อัตรา 3 : 3 : 1 คนให้เข้ากันแล้วนำไปหมักตามขบวนการเช่นเดียวกับวิธีที่ 1
วิธีที่ 3 การทำจากไข่หอยเชอรี่และพืช
นำไข่หอยเชอรี่หรือกลุ่มไข่หอยเชอรี่มาทุบหรือบดให้ละเอียด และนำไปผสมกับพืชส่วนที่อ่อน ๆ หรือส่วนยอดความยาวไม่เกิน 6 นิ้ว หรือไม่เกิน 1 คืบ ที่หั่นหรือบดละเอียดแล้วเช่นกัน แล้วนำมาผสมกันในอัตราส่วน ไข่หอยละเอียด : กากน้ำตาล : พืชส่วนอ่อนบดละเอียดและน้ำหมักหัวเชื่อจุลินทรีย์ธรรมชาติ คือ 3 : 3 : 1 แล้วนำไปหมักตามขบวนการเช่นเดียวกับวิธีที่ 1
วิธีที่ 4 นำตัวหอยเชอรี่ทั้งตัวจำนวนเท่าใดก็ได้มาต้มในกะทะ
พร้อมทั้งใส่เกลือแกงผสมไปด้วยในจำนวนพอเหมาะเพื่อให้เนื้อหอยเชอรี่แยกจากเปลือกได้ง่ายขึ้นและนำเฉพาะเนื้อหอยเชอรี่มาบดให้ละเอียดให้ได้จำนวน 3 ส่วน เพื่อผสมกับกากน้ำตาลและน้ำหมักจากเชื้อจุลินทรีย์ธรรมชาติ 3 : 3 : 1 คนให้เข้ากันแล้วนำไปหมักตามขบวนการเช่นเดียวกับวิธีที่ 1
วิธีที่ 5 การทำจากเนื้อหอยเชอรี่และพืชสด
นำเนื้อหอยเชอรี่ที่ได้จากการต้มกับเกลือเหมือนวิธีที่ 4 มาบดให้ละเอียดแล้วนำไปผสมกับกากน้ำตาลและชิ้นส่วนของพืชที่อ่อน ๆ เหมือนอัตราส่วนเนื้อหอยเชอรี่บดละเอียด : น้ำหมักหัวเชื้อจุลินทรีย์ คือ 3 : 3 : 1 ผสมให้เข้ากันแล้วนำไปหมักตามขบวนการเช่นเดียวกับวิธีที่

วิธีที่ 6 การทำจากเนื้อหอยเชอรี่ไข่หอยเชอรี่และพืชสด
วิธีการนี้เป็นการผสมปุ๋ยหมักแบบเบ็ดเสร็จไม่ต้องแยกวัสดุแต่ละชนิดควรใช้อัตราส่วน ดังนี้เนื้อหอยเชอรี่พร้อมเปลือก หรือเนื้อหอยเชอรี่อย่างเดียว :ไข่หอยเชอรี่ :พืชก่อน อัตรา 3:3:5-6:2:3 มีข้อสังเกตุเพียงดูว่ากลิ่นเหม็นหรือไม่เพียงใด หากมีกลิ่นเหม็นให้เติมกากน้ำตาล และน้ำหมักหัวเชื้อ
จุลินทรีย์ธรรมชาติเพิ่มขึ้นจนกว่าจะไม่มีกลิ่น จะใช้เวลานานแค่ไหนเพียงใดให้ดูลักษณะผิวหนังของน้ำหมัก เช่นเดียวกับการทำน้ำหมักหัวเชื้อจุลินทรีย์ธรรมชาติอัตราการใช้พืชที่อายุน้อย ระยะการเจริญเติบโตแรก ๆ ใช้อัตราเดียวกับการทำน้ำหมักหัวเชื้อจะลินทรีย์ธรรชาติอัตราการใช้พืชที่อายุน้อย ระยะการเจริญเติบโตแรก ๆ ใช้อัตรา 1:500-10,000 หรือจาการทดสอบเบื้องต้นพบว่าอัตราที่เหมาะสมคือ 20 ซีซี / น้ำ 20 ลิตร สามารถใช้ได้ 7-10 วัน ขึ้นอยู่กับชนิดอายุช่วงการเจริญเติบโตของแต่ละพืชว่าเป็นพืชผัก ไม้ดอกไม้ประดับ ไม้ผล ไม้ยืนต้น พืชไร่ ข้าว เป็นต้น ซึ่งยังต้องการข้อมูลจากการทดสอบอีกมาก

การทำปุ๋ยหมักชีวภาพ
การทำปุ๋ยหมัก
วิธีการทำปุ๋ยหมักชีวภาพ

ส่วนผสม

1. มูลสัตว์แห้ง 3 ส่วน 2. แกลบดิบเปลือกถั่วหรือเศษพืช 3 ส่วน

3. แกลบดำ 1 ส่วน 4. รำละเอียด 1 ส่วน

5. น้ำหมักชีวภาพและกากน้ำตาลอย่างละ 3-4 ช้อนแกงผสมน้ำ 10 ลิตร

วิธีทำ นำส่วนผสมต่าง ๆ คลุกเข้าด้วยกัน รดด้วยน้ำหมักชีวภาพพอชุ่ม หมักกองไว้ 5-7 วัน ในที่ร่มโดยจะกองกับพื้นดินคลุมด้วยกระสอบ หรือบรรจุกระสอบปิดปากก็ได้ถ้ามีใยสีขาวมีกลิ่นหอม แสดงว่าใช้งานได้

วิธีการทำปุ๋ยหมักดินชีวภาพ

ส่วนผสม

1. ดินแห้งทุบละเอียดหรือดินขุยไผ่ 5 ส่วน 3. แกลบดำ 2 ส่วน

2. มูลสัตว์แห้ง 2 ส่วน 4. รำละเอียด 2 ส่วน

5. ขุยมะพร้าว 2 ส่วน

6. น้ำหมักชีวภาพและกากน้ำตาลอย่างละ 3-4 ช้อนแกงผสมน้ำ 10 ลิตร

วิธีทำ นำส่วนผสม 1-5 ผสมคลุกเข้ากัน รดด้วยน้ำหมักชีวภาพพอชุ่ม หมักไว้ 3-5 วัน มีราขึ้นกลิ่นหอมเหมือนเห็ดใช้งานได้

ประโยชน์ / วิธีใช้
è เหมาะสำหรับผสมดินทั่วไป ใช้เพาะต้นไม้ ปักชำ ตอนกิ่ง จะทำให้ต้นกล้าไม้สมบูรณ์ แข็งแรง โดยใช้ปุ๋ยหน้าดินผสมดินร่วนแกลบเผาผสมคลุกเข้ากันให้ดีก่อนนำไปใช้ในอัตรา 1:1:1

การทำปุ๋ยคอกหมักชีวภาพ
ส่วนผสม

1. ปุ๋ยคอก 1 ส่วน

2. แกลบเผา 1 ส่วน

3. รำละเอียด 1 ส่วน

4. น้ำหมักชีวภาพ และกากน้ำตาลอย่างละ 3-4 ช้อนแกงผสมน้ำ 10 ลิตร

วิธีทำ นำส่วนผสมมาคลุกเข้าด้วยกัน รดน้ำด้วยน้ำหมักชีวภาพพอชุ่ม กองปุ๋ยหมักหนา ประมาณ 1.5 ซม. คลุมด้วยกระสอบพลิกกลับวันละ 1 ครั้ง ทิ้งไว้ 3-5 วันนำไปใช้ได้

วิธีใช้ ใช้ได้ดีกับพืชผักทุกชนิด ปุ๋ยคอกจะมีธาตุอาหารที่เป็นประโยชน์กับพืชมากขึ้น


การใช้ปุ๋ยหมักชีวภาพและน้ำหมักชีวภาพกับไม้ผล ไม้ยืนต้น

การเตรียมหลุมปลูก

ใช้ปุ๋ยหมักชีวภาพ 1-2 กิโลกรัม ผสมกับดินเดิม คลุมด้วยฟาง รดด้วยน้ำหมักชีวภาพ 3 ช้อนแกง ต่อน้ำ 10 ลิตร ทิ้งไว้ 7 วันก่อนปลูก

ไม้ผลที่ปลูกแล้ว
1. หลังเก็บเกี่ยวผลผลิตและตัดกิ่งใส่ปุ๋ยหมักชีวภาพ 1 กิโลกรัม ต่อพื้นที่ 1 ตารางเมตรบริเวณรอบทรงพุ่มคลุมด้วยฟางใส่ปุ๋ยหมักชีวภาพ 2 ครั้ง

2. รดด้วยน้ำหมักชีวภาพเพื่อกระตุ้นการแตกยอดจากใบใหม่ อัตรา 3 ช้อนแกง ต่อน้ำ 10 ลิตรเดือน ละ 2 ครั้ง ตามช่วงอายุการเจริญเติบโตล

3. เมื้อไม้ผลติดดอก ติดผล ควรเพิ่มการใช้น้ำหมักชีวภาพจากผลไม้หรือจากสัตว์ เป็นเดือน



เกษตร

พริกชี้ฟ้า ประโยชน์ที่น่ารู้ article
ต้นหมุย ไม้ประดับ-ยอดกินได้ article
ถั่วฝักยาวสีแดง แคลเซียมและวิตามินซีสูง article
หน่อไม้ดอง คุณค่าที่แฝงอยู่ article
"ดินดำ น้ำดี" นาขั้นบันไดบ้านกอก-บ้านจูน วิถีชีวิตที่ดีขึ้น article
ศึกษามดเพื่อประชาคมอาเซียน article
ศรีษะเกษมีแผนจำหน่าย-แปรรูปข้าว กว่าแสนตัน article



เว็บไซต์ www.legendnews.net ไม่สงวนลิขสิทธิ์ ในการคัดลอกหรือเปลี่ยนเป็นชื่อเว็บของท่าน

www.legendnews.net
เว็บไซต์นี้จัดทำขึ้น เพื่อสนับสนุน ครอบครัว หมู่บ้าน ตำบล เปิดสื่อออนไลน์ วิจารณ์การเมือง ข้าราชการ
เอ็นจีโอ สื่อไร้จรรยาบรรณ ปกป้องมิให้กระทำความชั่ว ต่อมวลชนไทย ไม่สงวนสิทธิ์ ในการคัดลอก
หรือนำไปเชื่อมต่อเว็บ หรือเปลื่ยนหัวสื่อออนไลน์ www.legendnews.net เป็นชื่อสื่อของท่าน เพราะเปิดเว็บข้อมูลเบื้องต้น
ผู้เข้าชมและข้อมูลข่าวยังมีน้อย อาจไม่จูงใจผู้เข้าชม ผู้ใดสนใจ ติดต่อที่อยู่ด้านล่างของคอลัมน์นี้ ไม่มีค่าใช้จ่าย และข้อผูกมัดใดๆทั้งสิ้น
สนับสนุนโดย ที่ปรึกษาและประธานกองทุนการศึกษานักหนังสือพิมพ์ภูมิภาคแห่งประเทศไทย ขอขอบคุณที่ท่านบอกต่อเพื่อนเว็บของท่านและผู้เยื่ยมชมทุกท่าน