ReadyPlanet.com
dot dot
dot

dot
ตราครุฑ




ชาติชั่ว เลว ปล้นชาติ ทำลายคนท่องถิ่นหรือเปล่า? article

ชาติชั่ว เลว ปล้นชาติ ทำลายคนท่องถิ่นหรือเปล่า?

ชาวลำปางแท้ๆ กำลังต่อต้านบริษัท เขียวเหลือง จำกัด ข่าวพรรคการเมืองของอดีตรัฐมนตรีกระทรวง

ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมที่ถูกยุบพรรค ร่วมกับ N.G.O. และข้าราชการระดับสูงของ กรมป่าไม้ กรมอุทยานฯ

ร่วมกันปล้นชาติ ทุจริตเชิงนโยบาย เขมือบทรัพยากรชาติทั่วประเทศส่วนประชาชนมีพื้นที่ข้นแค้นมีที่

กระแบะมือมันจับทั่วประเทศ จริงเป็นที่มาของปัญหาและสถานการณ์แร่ถ่านหินในภาคเหนือ


                

                  นางอนงค์วรรณ เทพสุทิน อดีต รมต.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ควบคุม

กรมป่าไม้กรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กรมทรัพยากร สำนักงานสิ่งแวดล้อม กรมมลพิษและอีกหลายกรม

มีอำนาจมากจริงๆ กฏหมายรัฐธรรมนูญที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วม แต่พวกนักการเมือง ระบบราชการ

ได้แต่งตั้งองค์กร พวกพ้องและกลุ่มตัวเองเพียงไม่กี่คนร่วมกับพวกN.G.O.แล้วอ้างประชาชนมีส่วนร่วมจาก

นั้นกลุ่มเหล่านี้ออก ระเบียบ กฎหมาย ดุลพินิจ นโยบาย เหมือนประเทศชาติเป็นของกลุ่มพวกมันเท่านั้น

องค์กรภาคเอกชนที่มีสมาชิกทั่วประเทศยากที่จะเข้ามีส่วนร่วมตามกฎหมาย รัฐธรรมนูญ ชาติจึงวิบัติ

ตลอดมา พรรคการเมืองเกือบทั้งหมดจะถูกสนับสนุนโดย นายทุนชาติ นายทุนผูกขาด ร่วมกันออกกฎหมาย

ดุลพินิจ นโยบาย เพื่อปล้นทุกอย่าง ทั้งงบประมาณแผ่นดิน และการฮั้วการประมูลก่อสร้าง

การเพิกถอนเขตอนุรักษ์ เขตป่าสาธารณะ เขตอุทยาน เพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง กว่าประชาชน

จะรู้มันจองกันหมดแล้ว ที่ดินชาวบ้านทำกินมาก่อนนับร้อยปีมันไม่ยอมออกเอกสารสิทธิ์แหล่ง

ไหนมีทรัพยากรมันหลอกซื้อแล้วก็ออกเอกสารสิทธิ์ ชาวบ้านใช้ที่ดินป่าเสื่อมโทรมเพื่อปากท้อง

ที่เท่ากะแบะมือมันฟ้องมันจับติดคุกพวกมันชาติชั่วขนาดไหนใครๆก็รู้  และทรัพยากรแผ่นดินชึ่ง

เป็นของประชาชนทั้งชาติคนสุโขทัยที่มีองความรู้ไม่สบายใจเลยจริงๆ

 

 

วิวัฒน์ นิติกาญจนา อดีตเลขา รมต.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่มีเรื่องกรณีฉาวเป็น

คนจังหวัดราชบุรี มันฉาว ข้าวฉาว อ้อยฉาว คนราชบุรีจำนวนมากไม่สบายใจ

 

ก. ลำดับเหตุการณ์การให้สัมปทานสำรวจและทำเหมืองแร่ถ่านหินลิกไนต์ในภาคเหนือ

๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๓๑  กระทรวงอุตสาหกรรม (รมต.บรรหาร ศิลปอาชา) ออกประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม

กำหนดพื้นที่บางส่วนในท้องที่จังหวัดลำปางเป็นเขตสำหรับดำเนินการสำรวจ การทดลอง การศึกษา หรือการวิจัยเกี่ยวกับแร่ ดังนี้                                               

๑) ท้องที่อำเภองาว เนื้อที่ ๑๙๕ ตารางกิโลเมตร (๑๒๑,๘๗๕ ไร่) ภายในแนวเขตตามแผนที่หมายเลข

๔  แนบท้ายประกาศนี้                                                 

๒) ท้องที่อำเภอวังเหนือ และอำเภอแจ้ห่ม เนื้อที่ ๓๓๒ ตารางกิโลเมตร (๒๐๗,๔๐๐ ไร่) ภายในแนวเขตตาม

แผนที่หมายเลข ๕ แนบท้ายประกาศนี้                                                 

๓) ท้องที่กิ่งอำเภอเมืองปาน อำเภอแจ้ห่ม และอำเภอเมืองลำปาง เนื้อที่ ๕๐๐ ตารางกิโลเมตร (๓๑๒,๕๐๐ ไร่)

ภายในแนวเขตตามแผนที่หมายเลข ๖ แนบท้ายประกาศนี้                                                 

๔) ท้องที่อำเภอเมืองลำปาง อำเภอแม่ทะ และอำเภอเกาะคา เนื้อที่ ๗๘๓ ตารางกิโลเมตร (๔๘๙,๓๗๕ ไร่)

ภายในแนวเขตตามแผนที่หมายเลข ๗ แนบท้ายประกาศนี้                                               

๕) ท้องที่อำเภอห้างฉัตร อำเภอเกาะคา และอำเภอเสริมงาม เนื้อที่ ๒๐๕ ตารางกิโลเมตร (๑๒๘,๑๒๕ ไร่)

ภายในแนวเขตตามแผนที่หมายเลข ๘ แนบท้ายประกาศนี้

   

 ๒ มิถุนายน ๒๕๕๑         กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมต.อนงค์วรรณ เทพสุทิน)

ทำหนังสือถึงเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีให้พิจารณายกเลิกมติคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับแนว

ทางการพัฒนาแหล่งถ่านหิน ๔ ฉบับ คือเมื่อวันที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๓๑  วันที่ ๕ มิถุนายน ๒๕๓๓  วันที่ ๑๐

มีนาคม ๒๕๓๕  และวันที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๔๔  โดยยังคงสงวนพื้นที่แหล่งถ่านหินแอ่งเวียงแหง จังหวัด

เชียงใหม่ และแอ่งสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา ให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยพัฒนาเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า

ต่อไป เพื่อกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะได้ดำเนินการประกาศยกเลิกเขตสำหรับดำเนินการ

สำรวจ การทดลอง การศึกษาหรือการวิจัยเกี่ยวกับแร่ถ่านหิน (ลิกไนต์) ตามความในมาตรา ๖ ทวิ แห่งพระราช

บัญญัติแร่ พ.ศ. ๒๕๑๐ และจะได้นำพื้นที่แหล่งถ่านหินในเขตสำหรับดำเนินการสำรวจ การทดลอง การศึกษา

หรือการวิจัยเกี่ยวกับแร่ ๘ พื้นที่ คือ แหล่งถ่านหินแอ่งเคียนซา จังหวัดสุราษฎร์ธานี  แอ่งสินปุน จังหวัด

นครศรีธรรมราช  แอ่งเชียงม่วน จังหวัดพะเยา  แอ่งงาว แอ่งวังเหนือ แอ่งแจ้ห่ม-เมืองปาน แอ่งแม่ทะ และ

แอ่งเสริมงาม จังหวัดลำปาง ไปเปิดประมูลให้ภาคเอกชนเข้ามาลงทุนสำรวจและทำเหมืองแร่ถ่านหินมา

ใช้ประโยชน์เป็นพลังงานทดแทนเพื่อช่วยแก้ปัญหาวิกฤติพลังงานของประเทศ ต่อไป

 

 

 

๑๐ มิถุนายน ๒๕๕๑       บริษัท เขียวเหลือง จำกัด  ได้ทำการจดทะเบียน ประเภทบริษัทจำกัด ด้วยทุนจด

ทะเบียน ๓๐ ล้านบาท  วัตถุประสงค์ตามที่ได้จดทะเบียนไว้คือประกอบกิจการป่าไม้ การทำไม้ ปลูกสวนป่า                                                 

บริษัท เขียวเหลือง จำกัด เป็นบริษัทของกลุ่มทุนการเมืองพรรคภูมิใจไทย กรรมการบริษัท และประธาน

บริษัทดังกล่าว--นายเรืองศักดิ์ งามสมภาค อดีตอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม และเป็นผู้เคยถูกเสนอชื่อ

ให้เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขแทนนายมานิต นพอมรบดี ที่ลาออกจากตำแหน่งไปเมื่อวันที่

10 มกราคม 2553 ที่ผ่านมา ปัจจุบันเป็นรองเลขาธิการพรรคภูมิใจไทยคนที่หนึ่ง--เป็นคนใกล้ชิดของ

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน หัวหน้ากลุ่มมัชฌิมา แกนนำพรรคภูมิใจไทย ตั้งแต่สมัยที่ดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรี

ว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม และนายสมศักดิ์ เทพสุทิน เป็นสามีของนางอนงค์วรรณ เทพสุทิน รมต.ทส. ที่ออกประกาศกระทรวงฯ ปลดล็อค มาตรา ๖ ทวิ ตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ.๒๕๑๐ เพื่อนำแหล่งแร่ถ่านหิน ๘ พื้นที่

ไปเปิดประมูลให้เอกชน 

 

๑๗ มิถุนายน ๒๕๕๑       คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบให้ยกเลิกมติคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนา

แหล่งถ่านหินรวม ๔ มติ คือมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๓๑ (เรื่องมติคณะกรรมการนโยบาย

พลังงานแห่งชาติ ครั้งที่ ๓/๒๕๓๑ ครั้งที่ ๑๑) วันที่ ๕ มิถุนายน ๒๕๓๓ (เรื่อง ผลการสำรวจถ่านหินแอ่งงาว

แจ้ห่ม-เมืองปาน เชียงม่วนและเสริมงาม) วันที่ ๑๐ มีนาคม ๒๕๓๕ (เรื่อง การพัฒนาถ่านหินแอ่งเวียงแหง)

และวันที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๔๔ [เรื่อง มติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ ครั้งที่ ๔/๒๕๔๔ (ครั้งที่ ๘๕)]

โดยยังคงสงวนพื้นที่แหล่งแร่ถ่านหินแอ่งเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ และแอ่งสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา ให้

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยพัฒนาเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าต่อไป เพื่อกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ

สิ่งแวดล้อมจะได้ดำเนินการประกาศยกเลิกเขตสำหรับดำเนินการสำรวจ การทดลอง การศึกษาหรือการวิจัย

เกี่ยวกับแร่ถ่านหิน (ลิกไนต์) ตามความในมาตรา ๖ ทวิ แห่งพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. ๒๕๑๐ และที่แก้ไขเพิ่ม

เติมต่อไป และจะได้นำพื้นที่แหล่งถ่านหินในเขตสำหรับดำเนินการสำรวจ การทดลอง การศึกษาหรือการวิจัย

เกี่ยวกับแร่ ๘ พื้นที่ คือ แหล่งถ่านหินแอ่งเคียนซา จังหวัดสุราษฎร์ธานี  แอ่งสินปุน จังหวัดนครศรีธรรมราช 

แอ่งเชียงม่วน จังหวัดพะเยา  แอ่งงาว แอ่งวังเหนือ แอ่งแจ้ห่ม-เมืองปาน แอ่งแม่ทะ และแอ่งเสริมงาม

จังหวัดลำปาง ไปเปิดประมูลให้ภาคเอกชนเข้ามาลงทุนสำรวจและทำเหมืองแร่ถ่านหินมาใช้ประโยชน์เป็น

พลังงานทดแทนเพื่อช่วยแก้ปัญหาวิกฤติพลังงานของประเทศ ตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ

สิ่งแวดล้อมเสนอต่อไป                                     

 

๒๐ มิถุนายน ๒๕๕๑       กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมต.อนงค์วรรณ เทพสุทิน)

ออกประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง ยกเลิกเขตสำหรับดำเนินการสำรวจ การทดลอง

การศึกษา หรือการวิจัยเกี่ยวกับแร่ ตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม ฉบับลงวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๓๑ 

นื่องด้วยบัดนี้ทางราชการได้ดำเนินการสำรวจแร่ในพื้นที่ดังกล่าวบางส่วนเสร็จสิ้นแล้ว จึงไม่มีความจำเป็น

ต้องใช้พื้นที่ดังกล่าวเพื่อการสำรวจ การทดลอง การศึกษา หรือการวิจัยเกี่ยวกับแร่อีกต่อไป จึงประกาศให้

ยกเลิกเขตสำหรับดำเนินการสำรวจ การทดลอง การศึกษา หรือการวิจัยเกี่ยวกับแร่ในท้องที่ต่าง ๆ ตาม

ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม ฉบับลงวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๓๑ ดังต่อไปนี้                                               

๑) เขตท้องที่อำเภอทุ่งช้าง อำเภอเชียงกลาง อำเภอปัว อำเภอท่าวังผา และอำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน

เนื้อที่ ๖๗๓ ตารางกิโลเมตร                                               

๒) เขตท้องที่อำเภอเชียงคำ และอำเภอปง จังหวัดพะเยา เนื้อที่ ๕๒๙ ตารางกิโลเมตร                                               

๓) เขตท้องที่อำเภอปง และอำเภอเชียงม่วน จังหวัดพะเยา และอำเภอสอง จังหวัดแพร่ เนื้อที่ ๑๘๒

ตารางกิโลเมตร                                                

๔) เขตท้องที่อำเภองาว เนื้อที่ ๑๙๕ ตารางกิโลเมตร                                               

๕) เขตท้องที่อำเภอวังเหนือ และอำเภอแจ้ห่ม เนื้อที่ ๓๓๒ ตารางกิโลเมตร                                               

๖) เขตท้องที่กิ่งอำเภอเมืองปาน อำเภอแจ้ห่ม และอำเภอเมืองลำปาง เนื้อที่ ๕๐๐ ตารางกิโลเมตร                                               

๗) เขตท้องที่อำเภอเมืองลำปาง อำเภอแม่ทะ และอำเภอเกาะคา เนื้อที่ ๗๘๓ ตารางกิโลเมตร                                               

๘) เขตท้องที่อำเภอห้างฉัตร อำเภอเกาะคา และอำเภอเสริมงาม เนื้อที่ ๒๐๕ ตารางกิโลเมตร   

 

๒๔ มิถุนายน ๒๕๕๑       หนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ด่วนที่สุด ที่ ๐๕๐๕/๙๒๘๗ ลงวันที่ ๒๔

มิถุนายน ๒๕๕๑  แจ้งว่าคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๕๑  ตามที่ รมต.ทส. เสนอ 

 

ข. ข้อสังเกต

คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๕๑ แต่หนังสือจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี

ด่วนที่สุด ที่ ๐๕๐๕/๙๒๘๗ แจ้งมายังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมต.ทส.)

เมื่อวันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๕๑ จึงมีข้อสงสัยว่า รมต.ทส. ได้ทำการประกาศกระทรวงฯ เรื่องยกเลิกเขตสำหรับ

ดำเนินการสำรวจ การทดลอง การศึกษา หรือการวิจัยเกี่ยวกับแร่ ตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เมื่อวันที่ ๒๐ มิถุนายน ๒๕๕๑ ก่อนที่หนังสือจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีจะมาถึง รมต.ทส. ได้อย่างไร หากประเด็นนี้

ไม่ใช่การผิดลำดับขั้นตอน/กระบวนการของกฎหมายหรือกฎระเบียบใด ๆ แต่ก็เป็นที่น่าสังเกตเอาไว้ว่า รมต.ทส.

ได้เร่งรีบออกประกาศกระทรวงฯ ดังกล่าวก่อนหนังสือจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีจะมาถึง รมต.ทส.

ไปเพื่อใคร หรือเพื่ออะไร 

 

ค. สถานการณ์การฮุบสัมปทานสำรวจและทำเหมืองแร่ในภาคเหนือของภูมิใจไทย 

๑) แหล่งถ่านหินแอ่งงาว: บ้านแหงเหนือ ต.บ้านแหง อ.งาว จ.ลำปางในช่วงปี พ.ศ. ๒๕๔๘ - ๒๕๕๐ กรมป่าไม้

ได้เริ่มดำเนินการให้สิทธิทำกินโดยทยอยออกเอกสารสิทธิ สทก. ให้แก่ชาวบ้านหมู่บ้านแหงเหนือ หมู่ ๑ และ ๗ ต.บ้านแหง อ.งาว จ.ลำปาง ที่มีที่ดินทำกินกันมาดั้งเดิมซึ่งถูกเขตป่าสงวนประกาศทับซ้อน ต่อจากนั้น หลังจากที่

บริษัท เขียวเหลือง จำกัด ได้ทำการจดทะเบียนบริษัทเมื่อวันที่ ๑๐ มิถุนายน ๒๕๕๑ เป็นต้นมา ก็ได้เข้ามากว้าน

ซื้อที่ดินจากชาวบ้านบ้านแหงเหนือ หมู่ที่ ๑ และ ๗ โดยกว้านซื้อบริเวณโดยรอบก่อน ทำให้ที่ดินที่เหลือข้างใน

กลายเป็นที่ตาบอด บีบชาวบ้านขายให้ในราคาถูก จนรวมได้พื้นที่กว่า ๒,๐๐๐ ไร่  โดยอ้างกับชาวบ้านว่าจะนำ

ที่ดินไปปลูกต้นยูคาลิปตัสของดับเบิ้ลเอ ไม่ได้บอกว่าจะเอาไปขอสัมปทานทำเหมืองแร่ถ่านหินแต่อย่างใด

ต่อมาในช่วงปี ๒๕๕๒ องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านแหง อ.งาว จ.ลำปาง ได้ชี้แจงกับชาวบ้านว่ามีบริษัทแห่ง

หนึ่ง (ซึ่งชาวบ้านทราบในภายหลังว่าคือบริษัท เขียวเหลือง จำกัด นั่นเอง) ได้ขอประทานบัตรทำเหมืองแร่

ถ่านหินลิกไนต์ จำนวน ๕ แปลง รวมพื้นที่ประมาณ ๑,๐๐๐ กว่าไร่ โดยทำการติดประกาศการขอประทานบัตร

ของบริษัทดังกล่าวเพื่อให้ชาวบ้านคัดค้านภายใน ๒๐ วัน           

ปัจจุบันชาวบ้านหมู่บ้านแหงเหนือทั้ง ๒ หมู่ ได้ทำการคัดค้านการขอประทานบัตรทำเหมืองแร่ถ่านหินลิกไนต์

ของบริษัท เขียวเหลือง จำกัด เนื่องจากหวั่นเกรงว่าจะได้รับผลกระทบต่อวิถีชีวิตและการทำมาหากินของ

ประชาชน รวมทั้งบริษัท เขียวเหลือง จำกัด ยังได้ดำเนินการขอสัมปทานสำรวจและทำเหมืองแร่ถ่านหินไม่

โปร่งใส ปกปิดข้อมูลข่าวสารและปิดกั้นการมีส่วนร่วมของประชาชน หลอกลวงและบีบบังคับซื้อที่ดินทำกินของประชาชน  

๒) แหล่งถ่านหินแอ่งงาว: บ้านบ่อฮ่อ ต.บ้านแหง อ.งาว จ.ลำปาง                        

แหล่งถ่านหินบ้านบ่อฮ่อเป็นแหล่งถ่านหินติดต่อกันกับบ้านแหงเหนือ ปัจจุบัน บริษัท เขียวเหลือง จำกัด

กำลังดำเนินการกว้านซื้อที่ดินเพื่อดำเนินการขอสัมปทานทำเหมืองแร่ถ่านหินลิกไนต์ที่นี่ เพื่อให้เป็นเขต

เหมืองแร่ติดต่อกันกับแหล่งถ่านหินบ้านแหงเหนือ แต่เนื่องจากบ้านบ่อฮ่อและบ้านแหงเหนืออยู่ใกล้กัน

จึงทำให้ชาวบ้านบ่อฮ่อรับรู้ข่าวสารการเคลื่อนไหวคัดค้านการขอประทานบัตรทำเหมืองแร่ของชาวบ้านจาก

บ้านแหงเหนือ จึงทำให้บริษัท เขียวเหลือง จำกัด ไม่สามารถใช้วิธีการหลอกลวงหรือบีบบังคับซื้อที่ดินกับชาว

บ้านบ่อฮ่อ เหมือนที่เคยทำกับชาวบ้านบ้านแหงเหนือได้ 

๓) แหล่งถ่านหินแอ่งแจ้ห่ม-เมืองปาน-แจ้คอน: บ้านแจ้คอน ต.ทุ่งผึ้ง อ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง                    

แหล่งถ่านหินแอ่งแจ้ห่มมีศักยภาพแร่ในเชิงพาณิชย์หลายบริเวณ บริเวณบ้านแจ้คอนเป็นส่วนย่อยหนึ่งของ

แหล่งถ่านหินแอ่งแจ้ห่มใหญ่ สถานการณ์ในพื้นที่เหมือนกันกับชาวบ้านแหงเหนือ เนื่องจากบริษัท เขียวเหลือง

จำกัด ได้เลือกพัฒนาแหล่งถ่านหินที่บ้านแหงเหนือและบ้านแจ้คอนพร้อมกัน ด้วยการขอประทานบัตรทำ

เหมืองแร่ถ่านหินลิกไนต์ในเวลาไล่เลี่ยกัน ปัจจุบันชาวบ้านจากบ้านแจ้คอนได้ทำการคัดค้านการขอประทาน

บัตรทำเหมืองแร่ถ่านหินลิกไนต์ของบริษัท เขียวเหลือง จำกัด เช่นเดียวกันกับชาวบ้านบ้านแหงเหนือ  

๔) ความเป็นไปได้ในการฮุบสัมปทานแหล่งแร่ถ่านหินอื่น ๆ ในภาคเหนือ ของภูมิใจไทย

                   จากข้อมูลข่าวสารที่ได้รับทราบในพื้นที่มีความเป็นไปได้ว่าบริษัท เขียวเหลือง จำกัด กำลัง

ดำเนินการเพื่อขอประทานบัตรทำเหมืองแร่ถ่านหินลิกไนต์จากแหล่งถ่านหินแอ่งแจ้ห่มบริเวณอื่นนอกเหนือจากบริเวณบ้านแจ้คอนที่กำลังอยู่ในขั้นตอนขอประทานบัตร ส่วนแหล่งถ่านหินในพื้นที่อื่น ๆ ของภาคเหนือ

ที่ถูกปลดล็อคตามมาตรา ๖ ทวิ ตามกฎหมายแร่ ๒๕๑๐  โดยนางอนงค์วรรณ เทพสุทิน ที่ใช้อำนาจของการเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมสั่งการ ซึ่งเป็นภรรยาของนายสมศักดิ์ เทพสุทิน

แกนนำพรรคภูมิใจไทยร่วมกับนายเนวิน ชิดชอบนั้น พบว่าได้มีการดำเนินการในรูปการขออาชญาบัตรเพื่อ

สำรวจแร่และขอประทานบัตรเพื่อทำเหมืองแร่เป็นรายบุคคลแทน ซึ่งยังไม่สามารถตรวจสอบได้ว่ารายชื่อ

บุคคลที่ดำเนินการขอสัมปทานสำรวจและทำเหมืองแร่ถ่านหินลิกไนต์ในแหล่งอื่น ๆ ของภาคเหนือมี

ความสัมพันธ์กับพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ อย่างไร

 สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อกลุ่มศึกษาสัญญาและสัมปทานกองบรรณาธิการ : พวงทอง ชื่นจันทร์ สงคาม เทศอุดม ระพีศักดิ์

โบกอร์สานักงาน ๒๘/๑๖-๑๗ ต.ลาผักกูด อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ๑๒๑๑๐อีเมล SUMPRATARN@gmail.com หรืออ่านวารสารสัมปทานได้ที่นี่

  

วารสารสัมปทาน ฉบับที่ 1

วารสารสัมปทาน ฉบับที่ 2

 

นักการเมือง ข้าราชการระดับสูง กับจิตสับนึก การปฏิบัติตัวเป็นขุนนางที่ดี ต่อชาติประชาชน
วันนี้ขออนุญาตนำบทความในหนังสือ CEO สอนน้อง ของคุณก่อศักดิ์ ไชยรัศมีศักดิ์ มาเผยแพร่ให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างที่ปรึกษาที่จะพาไปสู่ความสำเร็จ กับที่ปรึกษาที่จะพาไปสู่ความหายนะอยู่ที่ผู้นำจะเลือกใช้คนประเภทไหน

ในคัมภีร์ ฉางต่วนจิง ที่เป็นคัมภีร์ด้านการบริหาร การปกครองที่มีชื่อเสียงของจีน ได้แบ่งประเภทของขุนนางเอาไว้ 12 ประเภท เป็นขุนนางดี 6 ประเภท และขุนนางเลวอีก 6 ประเภท

ขุนนางดีประเภทที่ 1 เป็นขุนนางที่เห็นการณ์ล่วงหน้าก่อนเกิดเหตุคะเนเภทภัยได้ก่อนจะปรากฏ ทั้งยังสามารถสกัดป้องกันไว้ตั้งแต่ต้น เป็นผลให้กษัตริย์ของตนอยู่เหนือภยันตรายและดำรงเกียรติยศปรากฏขจรไกลชั่วกาลนาน

เรียกว่า ขุนนางอริยเมธี

ประเภทที่ 2 ขุนนางผู้ถวายความเห็นอย่างอ่อนน้อม โน้มน้าวให้กษัตริย์ปฏิบัติพระองค์ตามจารีตประเพณีอันดีงาม และยึดมั่นในครรลองคลองธรรม คอยกราบทูลให้ทรงใช้สายพระเนตรที่ยาวไกล คำนวณผลอย่างรอบด้าน เสริมจุดดี สลายจุดอ่อนให้กับกษัตริย์ของตน เรียกว่า ขุนนางผู้ยิ่งใหญ่

ประเภทที่ 3 ขุนนางผู้ที่ทุ่มเทการทำงานทั้งเช้าค่ำ แนะนำคนดีมาช่วยชาติโดยมิเห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อย มักกราบทูลเรื่องราวของเมธีกษัตริย์และปวงปราชญ์แต่โบราณกาล เพื่อเป็นแบบอย่างถวายองค์กษัตริย์อย่างสม่ำเสมอ

เรียกว่าขุนนางจงรักภักดี

ประเภทที่ 4 ขุนนางผู้มีสายตาแหลมคม มองเห็นเหตุแห่งความสำเร็จและล้มเหลว สามารถช่วยเหลือป้องกันได้ตั้งแต่ต้น โดยการอุดช่องโหว่รากเหง้าแห่งปัญหา แปรหายนะเป็นชัยชนะกษัตริย์จึงไม่มีสิ่งใดต้องกังวล

เรียกว่าขุนนางชาญฉลาด

ประเภทที่ 5 ขุนนางผู้เคารพกฎหมายเคร่งครัดในระเบียบข้อบังคับ มีความรับผิดชอบสูงไม่กินสินบน ดำรงชีพด้วยความสมถะมัธยัสถ์ เป็นขุนนางมือสะอาดควรค่าแก่การยกย่อง

ขุนนางประเภทนี้เรียกว่า ขุนนางสุจริต

ประเภทสุดท้าย ขุนนางประเภทที่ 6 เป็นขุนนางที่ไม่ประจบสอพลอ ในยามบ้านเมืองปั่นป่วนวุ่นวายก็กล้าทัดทาน ท้วงติงสิ่งที่ไม่ถูกต้องต่อหน้าพระพักตร์ แม้ในยามที่ทรงพิโรธรุนแรง พร้อมที่จะเผชิญหน้า และแจกแจงถึงข้อผิดพลาดของผู้บังคับบัญชา เป็นคนตรงที่ยอมเสี่ยงตายเพื่อส่วนรวม

เรียกว่าขุนนางซื่อตรง

 

 

 








เว็บไซต์ www.legendnews.net ไม่สงวนลิขสิทธิ์ ในการคัดลอกหรือเปลี่ยนเป็นชื่อเว็บของท่าน