ReadyPlanet.com
dot

dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
ตราครุฑ


 



เยี่ยมสุดการเลี้ยงแพะแกะ

 เลี้ยงแพะ-แกะเศรษฐกิจอีกหนึ่งทางเลือกเลี้ยงได้ไม่ยาก

ดังนั้นก็ติดต่อมาที่หมอเอี่ยมท่านมีแพะอยู่ 127 แม่ ท่านก็ขายให้เราก็เลยได้แม่พันธุ์แพะมาอีก 127 แม่ เฉลี่ยปีละ 300 ตัวมีตลาดผู้ซื้อพันธุ์แพะตัวผู้ขุน มีตลาดซื้อเพาะเนื้อซึ่งราคาไม่แพง คือตัวเมียที่ปลดระวาง ก็แยกเลี้ยง เรามีปัญหาเรื่องอาหารเราก็พัฒนาการให้อาหารโดยใช้วัสดุที่มีในท้องถิ่นคือใบไม้เอาหัวมันที่เหลือจากขายแล้วมาสับตากแดดต้นข้าวโพด กฐินณรงค์ ใบมัน ข้าวโพด เนื้อมันสับมันเส้นผสมซึ่งมีไขมันและมีพลังงานสูงใช้เลี้ยงแพะต้นทุนกิโลละประมาณ 2 บาท                                            

เมื่อเราเริ่มเลี้ยงไประยะหนึ่งก็เห็นว่าแพะมีการออกลูกดกถ้ามีการจัดการโรคที่ดีหมายถึงปัจจุบันเรามีสมุนไพรสองสูตรคือบำรุงทางด้านโรคและก็บำรุงด้านน้ำนมด้วยเพราะสัตว์เหล่านี้จะมีปัญหาในช่วงปลายฝนต้นหนาวหรือฝนตกมากเขาก็จะปอดบวม ก็ต้องหาสมุนไพรรักษาคือสมุนไพรมี 5ชนิดผสมกับอาหาร  

 

 

 

โดยมีใบมะรุม ใบกะเพรา โหระพา ตะไคร้ สำคัญที่สุด คือแก้ไข้หวัดคือใบห้าทะลายโจร เพราะแพะสามรถกินพืชที่มีรสขมได้ดี สับรวมกันปนกันและเมื่อเราทำอาหารเสร็จก็โรยสมุนไพรด้านหน้า กันติดต่อกัน 10วันรวมทั้งนรักษาโรคทางเดินหายใจ ทางเดินอาหาร สมุนไพรมีแคลเซียมสูงเพราะในใบมะรุมมีวิตามินซีสูงกว่าส้มถึงเจ็ดเท่า ซึ่งช่วยต้นทุนการซื้อยา ซึ่งมีต้นทุนประมาณ 80%ต่อเดือน หรือ 800บาท   

ถ้าเราใช้สมุนไพรรักษาใช้เวลานานมากขึ้นไม่ถึงสิบวันก็ดีขึ้น โดยให้เขากินสมุนไพรพร้อมอาหารโดยได้สูตรมาจากคุณหมอบุญเลิศ ที่เป็นแพทย์แผนไทยท่านมาแนะนำว่าการใช้สมุนไพรผู้บริโภคจะได้ทานเนื้อแพะ แกะที่ดี ไม่มีสารตกค้าง

 

ตอนนี้เรามีแม่แพะประมาณ 300ตัวและส่งสมาชิกผลิตทุกปี รวมมีแพะ 600 ตัวและ มีแกะ 100ตัว รวม700ตัวเป็นพันธุ์ลูกผสม กึ่งเนื้อกึ่งนมสามสายพันธุ์ก็ถือเป็นอาชีพที่เลี้ยงตัวเองได้ดี ทำรายได้ดี  เพราะตามหลักธุรกิจถ้าขายอะไรที่คนไม่กินมันก็เหลือ ส่วนแพะ มุสลิมนอกจากกินยังนำมาประกอบพิธีกรรมในช่วงเดือนรอมอฎอนจะขายดีในช่วงธ.ค.และงานเมาริดกลางมีการออกบูธอาหารปกติจัดที่สวนอัมพรแต่ตอนนี้มาจัดที่หนองจอก เราจะมีลูกค้ามาซื้อประจำ 

 

   

สมาชิกชมรมมี 215 ฟาร์ม 7,000 ตัว มวกเหล็ก 47 ฟาร์ม เราต้องมารวมตัวทำสต๊อก เพื่อขายสินค้าของเราเป็นลิ๊อตใหญ่ เพราะแพะที่ได้น้ำหนัก 25-40 กก. เดือนหนึ่ง 200ตัว ต้องมีอย่างน้อยสต๊อก 500 ตัวเราต้องใช้แม่พันธุ์ถึง 2 หมื่นแม่ ตอนนี้มีเจ็ดพันแม่ เราทำมาห้าปีแล้วเราเลี้ยงแพะแกะรวมกันเพราะเราได้ใช้แปลงสมบูรณ์แบบเพราะแพะกินใบไม้ 75% กินหญ้า 25%แต่แกะกินหญ้า75%และแพะจะปีนกิน เขาจะทนร้อนได้ดีเพราะไขมันใต้ผิดหนังบางมากแล้วขนเขาจะเงามันพอแดดสะท้อนมาก็จะสะท้อนกลับเขาจะไม่ค่อยร้อนหรือเหนื่อยง่าย

นี่คือคุณสมบัติของแพะจะเลี้ยงในหน้าร้อนในทะเลทรายได้ดีกินน้ำวันละ 2กิโล ถ้าปล่อยออกหากิน แต่ถ้าเลี้ยงแบบที่ผมทำคือขังเลี้ยงกินน้ำประมาณครึ่กก.ต่อวัน คือจะกินน้ำประมาณ หนึ่งในสามเพราฉะนั้นมันจะลดต้นทุนลง ตอนนี้เรามีเนื้อที่เลี้ยงแพะประมาณ 40 ไร่ แกะประมาณ 10ไร่ แบ่งเป็นล๊อกใหญ่ๆแล้วกั้นเป็นคอกๆละ 10 ไร่ ทั้งหมด 52ไร่ แล้วก็บริเวณบริหาร 20ไร่ ผลผลิตของชมรมการผลิตต้องอาศัยการรวมกลุ่มกันขาย 

 

   

สำหรับรายได้โดยเฉลี่ยประมาณ 1 แสนบาทต่อเดือนนี่คือหักต้นทุนแล้ว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นเรื่องง่ายๆที่ใครจะทำเพราะว่าถ้าคนเลี้ยงไม่มีความรู้ ไม่มีการจัดการฟาร์มไม่มีการลดต้นทุนอาหารไม่มีการยกระดับสายพันธุ์ที่โตเร็ว และไม่รู้ช่องทางตลาดก็ไม่สามารถที่จะมายืน ณ จุดนี้ได้

ผมผ่านการลองผิดลองถูกมาตั้งห้าปี แพะตายไปหลายตัวในแต่ละปีตายเพราะฝนตก เข้าคอกไม่ทันปอดบวม แล้วก็ที่บังไม่ดีนอนตามมุมลงโกรกเขาก็เป็นหวัด เป็นไข้จับสั่น ลูกแพะเล็กๆส่วนใหญ่จะตายตอนนี้เราเลยใช้ระบบสแลนกันลมกันฝนค่อยๆเรียนรู้ไปเพราะเป็นปัญหาที่เราต้องเจอและเรามีปัญหาเรื่องเวลาเพราะการเปิดอบรมแต่ละรุ้นแทบจะไม่มีเวลาพักผ่อนมีคนสนใจเยอะแต่เราอบรมได้แค่ครั้งละ 50คนส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรจาก 14จว.ภาคใต้ จากพัทลุง ภูเก็ต นครฯ

การเลี้ยงแพะ แกะ ไม่สามารถที่จะเลี้ยงได้ทุกจังหวัด แต่ใน3จว.ภาคใต้มีกลุ่มผู้บริโภคจำนวนมาก แต่มีผู้เลี้ยงน้อย แต่เวลาใช้ต้องใช้จากภาคกลางทั้งหมด เกือบ 80% โดยการเลี้ยงที่นี่มีความเหมาะสมต้องไม่มีฟาร์มสัตว์อื่นในระยะ 5กม.

อยากแนะนำให้ว่าคนที่อยากทำอาชีพนี้อันดับแรกต้องถามตัวเองก่อนว่ามีเงินทุนเท่าไหร่ ทางชมรมคิดค่าอุปกรณ์ฝึก 3วั นประมาณ5000บาท การส่งเสริมทำผลิตภัณฑ์น้ำนมแพะ น่าจะแพงกว่านมวัวประมาณลิตรละ 100บาท แต่นมวัวประมาณ 18บาทเราเลยคิดว่าน่าจะนำนมมาผลิตเป็นสบู่ และต่อยอดนำขนแพะมาทำกระเป๋า เข็มขัดเป็นหมวก เป็นรองเท้ามีการส่งออกบ้างสนใจติดต่อได้ที่เบอร์ 089 2131424  

สำหรับการเลี้ยงแพะของคุณลุงจวนนั้นอย่างที่กล่าวมาว่าคุณลุงจวนได้มีโอกาสเข้าร่วมชมรมส่งเสริมและพัฒนาพันธุ์แพะ-แกะ อำเภอมวกเหล็กด้วย จึงได้รับข้อมูลความรู้ต่างๆและเห็นประโยชน์ของการรวมกลุ่ม พอเลี้ยงได้ประมาณ 10 สัปดาห์ทางสมาชิกที่นำแพะมาให้ลุงจวนเลี้ยงจะมาจับผลต่างของน้ำหนักจะเป็นกำไรกลับคืนมา โดยราคาที่รับมาจากชมรมนั้นอยู่ที่กิโลกรัมละ 55 บาท น้ำหนักแพะ 15-20 กิโลกรัมขายคืนชมรมได้กิโลกรัมละ 60 บาท แต่ละตัวน้ำหนักจะเพิ่มขึ้น 15-16 กิโลกรัมในระยะเวลา 3 เดือนก็จะได้เป็นรายได้กลับคืนมานั้นเอง

แพะที่ลุงจวนเลี้ยงนั้นจะมาจากสมาชิกไม่ได้ลงทุนก่อน แล้วนำมาขุนจำนวน 3 เดือนจึงสามารถจำหน่ายออกได้ โดยลุงจวนจะทำคอกไว้ 3 ล๊อค ในการเลี้ยงนั้น 1 รุ่น ลุงจวนจะเลี้ยงประมาณ 20-30 ตัวไม่เกินจำนวนนี้เพราะโรงเรือนแต่ละล๊อคจะรับจำนวนแพะได้ไม่เกิน 30 ตัว พอเลี้ยงไว้ที่ล๊อคที่ 1 ครบ 1 เดือนก็จะย้ายไปล๊อคที่สอง และสามต่อไปจนครบสามเดือนก็สามารถนำแพะขุนนั้นไปขายได้ จะสังเกตุว่าแพะที่ลุงจวนเลี้ยงนั้นน้ำหนักจะเพิ่มเฉลี่ยตัวละ 15 กิโลกรัม ส่วนต่างน้ำหนักตัวครั้งแรกกับส่วนต่างนี่แหละคือกำไรที่ลุงจวนจะได้เป็นรายได้นั้นเอง และสังเกตุว่าแพะทุกตัวของลุงจวนจะสมบูรณ์ จะมีแพะที่อยู่ล๊อคแรกนั้นจะผอมเพราะยังขุนไม่ได้ที่ โรงเรือนของลุงขวนนั้นจะไม่ยกพื้นหรือยกระดับเพราะประหยัดต้นทุนในการทำโรงเรือนด้วย และใช้วัสดุที่หาได้ง่ายนั้นก็คือไม้ไผ่และไม้กะกินนี้เอง

ลุงจวนกล่าวว่า คอกแพะจะแบ่งแพะออกเป็น 3 ล๊อค 3 เกรด แพะของลุงจวนจะใช้เวลาเลี้ยงขุนเพียง 3 เดือนเท่านั้น
เกรดที่หนึ่ง นั้น จะเป็นคอกพักแพะที่นำมาใหม่ จะดูแลเรื่องสุขภาพร่างกายดูว่าแพะป่วยหรือไม่ ต้องทำการรักษาหรือไม่ ถ้าไม่มีปัญหา พอครบ 1 เดือนก็จะย้ายไปสู่เกรดที่สอง

เกรดที่สอง นั้นจะเป็นเกรดที่แพะเริ่มมีเนื้อมีหนัง เริ่มขุนได้ที่นั้นเอง สังเกตุว่าขนจะมันและดูสุขภาพดี พอครบ 1 เดือนก็สามารถย้ายไปเกรดที่สามได้

สำหรับเกรดที่สาม นั้นเป็นแพะขุนที่สามารถจำหน่ายได้แล้ว ลักษณะจะดูอ้วนได้น้ำหนักดี ขนของแพะขุนนั้นจะมันวาว หากช่างน้ำหนักดูจะมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ในแต่ละรุ่นนั้นคุณลุงจวนจะมีกำไรกับการเลี้ยงแพะขุนอยู่ที่ 3-4 หมื่นบาท และยังมีรายได้ที่ได้จากการเผาถ่านไม้กระกินหลังจากที่นำกระถินมาให้แพะกินแล้วก็จะเหลือเศษไม้นำไปเผาเป็นถ่านนั้นเอง

เมื่อครบสามเดือนแล้วจำหน่ายแพะในคอกนั้นหมดจะต้องมีการทำความสะอาดคอกหรือโรงเรือนของแพะด้วยวิธีง่ายๆ ก็คือ ลุงจวนจะใช้น้ำยาราดพื้นโรงเรือนให้ทั่ว จากนั้นก็โรยปูนขาวให้ทั่วทิ้งไว้ประมาณ 5-7 วัน พอครบก็สามารถนำแพะลงเลี้ยงได้เลย และเมื่อลงแพะแล้วต้องสังเกตุว่ามีแพะป่วยหรือไม่ ถ้ามีแพะป่วยจะต้องแยกแพะตัวนั้นไว้ต่างหากเพื่อที่จะรักษาให้หายไม่แพร่เชื้อไปยังตัวอื่น และลุงจวนได้บอกเคล็ดลับว่าการเลี้ยงแพะขุนสังเกตุว่าแพะจะอ้วนไหมหรือกำลังจะอ้วนนั้นสังเกตุได้จากการที่แพะเปลี่ยนขน ถ้าเปลี่ยนขนเมื่อไรแสดงว่าแพะตัวนั้นกำลังจะอ้วนจะกลายเป็นขนมันนั้นเอง

การเลี้ยงแพะขุนเกษตรกรหลายรายเห็นว่ายุ่งยาก เรื่องอาหารแพะที่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเยอะ แต่จากประสบการณ์ของลุงจวนนั้นบอกว่ายิ้มได้เลยสำหรับอาหารแพะเ พราะแพะที่ลุงจวนขุนอยู่ทุกวันนี้แทบจะไม่ได้เสียค่าใช้จ่ายในเรื่องอาหารเลย นอกจากเสียค่าน้ำมันรถมอเตอร์ไซด์ที่ขับออกไปเพื่อไปตัดต้นกระถินมาให้แพะกิน เพราะต้นกระถินนั้นจะเกิดตามไหล่ทางถนนและเป็นอาหารที่อร่อยที่สุดของแพะขุน เป็นอาหารที่ขุนแพะให้อ้วนได้อย่างดี สำหรับการให้อาหารแพะของลุงจวนนั้นนอกจากกระถินแล้วก็จะมีหญ้าที่ขึ้นมารอบๆโรงเรือนก็สามารถตัดเป็นชิ้นเล็กๆให้แพะกินได้ อีกอย่างหนึ่งนั้นก็คือมันสำปะหลังตากแห้งก็สามารถนำมาเพิ่มเนื้อของแพะได้ สำหรับเวลาในการให้อาหารแพะขุนของลุงจวนนั้นจะมีสองเวลา ในช่วงเช้าจะให้อาหารเวล 08.00 น. ส่วนช่วงเย็นนั้นจะให้เวลา 15.00-16.00 น. ต้นทุนอาหารไม่สูง โรงเรือนทำแบบง่ายๆใช้ไม่กระถินกกั้นเป็นคอก ต้นทุนจึงถูกแค่เพียงทำความสะอาดพื้นคอกที่เป็นดินให้สะอาดก็สามารถเลี้ยงแพะให้มีสุขภาพดีได้

ในการเลี้ยงแพะนั้น เกษตรกรหลายท่าน คงต้องเจอกับปัญหาแพะท้องเสีย ซึ่งวันนี้ คุณลุงจวน ช่างย้อม เกษตรกรผู้เลี้ยงแพะในพื้นที่จังหวัดสระบุรี ได้แนะวิธีการดี ๆ เกี่ยวกับการรักษาโรคท้องเสียในแพะ มาบอกต่อพี่น้องชาวเกษตรกรที่เลี้ยงแพะด้วยกัน โดยมีวิธีการและรายละเอียดแบบง่าย ๆ ดังนี้

เทคนิคการรักษาโรคท้องเสียของแพะ
วัสดุอุปกรณ์

1. เกลือแกง 2 ช้อนโต๊ะ
2. น้ำตาลทราย 8 ช้อนโต๊ะ
3. น้ำเปล่า 5 ลิตร
4. ผงชูรส (ใช้หรือไม่ใช้ก็ได้)


วิธีการทำ
นำส่วนผสมทั้งหมดที่เตรียมไว้ มาผสมรวมกัน คนให้ละลาย

วิธีการใช้
ให้นำมากรอกให้แพะที่มีอาการท้องเสีย โดยกรอกให้กินประมาณ 3 วัน ซึ่งวันแรกจะให้ปริมาณที่เยอะที่สุด ประมาณ 1 ลิตร แล้ววันที่ 2 และ 3 สังเกตอาการของแพะ ถ้าแพะกินอาหารได้ดีขึ้น ก็ให้ค่อย ๆ ลดปริมาณ การให้ลดลงเรื่อย ๆ จนแพะหายเป็นปกติ

 




ข่าวการเกษตร

โฉมใหม่! "ตลาดไอยรา" ตลาดสดผลไม้ บริการส่งถึงที่-ขายโลกออนไลน์ article
หนุ่มสถาปนิก ผันตัวเป็นเกษตรกรปลูกไผ่กิมซุ่ง โกยเงินปีละล้าน
" รำพึง พันธุ์มี" ตำนานยอดมะพร้าวอ่อน
หนึ่งไร่แก้จน article
ปลูกมะนาวด้วยใบ article
วิธีปลูกผักชี article
เศรษฐกิจพอเพียงเปลี่ยนชีวิต article