ReadyPlanet.com
dot

dot
dot
dot
dot
dot
ตราครุฑ
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot
dot




เผยพระเณรคำโรลสรอยซ์ก็มีขี่ อ้างลูกศิษย์ถวาย

เผย พระเณรคำโรลสรอยซ์ก็มีขี่ อ้างลูกศิษย์ถวาย

วันพฤหัสบดีที่ 20 มิถุนายน พ.ศ.2556

          โฆษกประจำตัวหลวงปู่เณรคำ ยันพร้อมให้ตรวจสอบบัญชีเงินบริจาค  แจงเงินบริจาคจะเข้าบัญชีของหลวงปู่เณรคำ และบัญชีมูลนิธิ เผยหลวงปู่เลื่อนกลับไทยเพราะมีลูกศิษย์ในต่างแดนนิมนต์ให้อยู่ต่อ ขณะที่ลูกศิษย์เตรียมแถลงข่าวแจงข้อกังขาของสังคม ส่วนประชาสัมพันธ์วัดระบุหลวงปู่ เณรคำวางแผนล่วงหน้าเตรียมละสังขารยุบวัดป่าขันติธรรม หลังสร้างพระแก้วมรกตเสร็จ เผยนอกเหนือจากเฮลิคอปเตอร์และเครื่องบินเจ็ต หลวงปู่คนดังยังมีรถหรู “โรลสรอยซ์” ไว้นั่งไปกิจนิมนต์

          ยังเป็นประเด็นฮอตในสังคม สำหรับพฤติกรรมของหลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก ประธานสงฆ์วัดป่าขันติธรรม ต.ยาง อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ ที่กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันว่าเหมาะสมกับการอยู่ในเพศบรรพชิตหรือไม่ หลังตกเป็นข่าวครึกโครม เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. นายภาณุ สุขวัลลิ โฆษกฝ่ายฆราวาส ประจำตัวหลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก ได้ออกมาชี้แจงว่า กรณีที่มีข่าวว่าหลวงปู่เณรคำจะเดินทางกลับจากฝรั่งเศสในช่วงสายของวันที่ 19 มิ.ย. ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง กำหนดการเดิมที่หลวงปู่เณรคำจะกลับถึงไทยคือเวลา 05.00 น. วันที่ 20 มิ.ย. แต่เนื่องจากมีญาติโยมที่ฝรั่งเศสนิมนต์ให้อยู่ต่อ จึงเลื่อนเวลากลับประเทศไทยไปอีก 2-3 วันก่อน ส่วนวันที่ 20 มิ.ย. จะมีเพียงพระสงฆ์ส่วนหนึ่งที่ติดตามหลวงปู่เณรคำไปฝรั่งเศสเดินทางกลับมาเท่านั้น ส่วนภาพต่างๆที่ปรากฏตามสื่อ ขอชี้แจงว่าเป็นภาพเก่าทั้งหมด โดยภาพเครื่องบินเจ็ตนั้น เป็นเครื่องบินของบริษัทบางกอกเจ็ต ที่เวลาหลวงปู่เณรคำมีกิจนิมนต์เร่งด่วน จะมีญาติโยมเช่าเครื่องบินเจ็ตให้ เพื่อใช้เดินทาง ส่วนเรื่องเฮลิคอปเตอร์ที่มีภาพโลโก้ของหลวงปู่เณรคำติดอยู่ เป็นเฮลิคอปเตอร์ของโรงพยาบาลกรุงเทพมีญาติโยมเช่าให้ใช้เดินทางเวลามีกิจนิมนต์เร่งด่วนเช่นกัน การที่มีรูปหลวงปู่เณรคำติดอยู่ มาจากการที่ญาติโยมนำไปติด ยืนยันว่าไม่ใช่เฮลิคอปเตอร์ของหลวงปู่เณรคำแต่อย่างใด

           นายภาณุกล่าวต่อไปว่า ขณะที่เรื่องเงินบริจาค ไม่เคยมีครั้งใดที่วัดได้เงินบริจาคในครั้งเดียวมากมายเป็นร้อยล้านบาท เงินที่ได้มาจากการบริจาค จะนำไปสร้างพระแก้วมรกตองค์ใหญ่ที่สุดในโลกให้แล้วเสร็จ รวมทั้งจะนำไปช่วยวัดสาขาต่างๆด้วย เงินบริจาคจะแบ่งไว้สองบัญชี คือบัญชีของหลวงปู่เณรคำ กับบัญชีของมูลนิธิของวัดป่าขันติธรรม ส่วนเรื่องรถนำขบวนที่มีผู้วิพากษ์วิจารณ์กันว่ามีจำนวนมาก ไม่ได้มาจากการร้องขอของหลวงปู่เณรคำ แต่มาจากการที่ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ปลัดกระทรวงคมนาคมและอดีต ผบ.ตร. อนุมัติให้ เพราะเห็นว่าหลวงปู่เณรคำมีกิจนิมนต์มากและเพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง ปัจจุบันหากหน่วยงานใดจะนิมนต์ จะต้องจองคิวกันข้ามปี เมื่อเกิดข่าวขึ้นมาคณะลูกศิษย์ของหลวงปู่กำลังรวบรวมข้อมูล เพื่อแถลงข่าวชี้แจงทุกประเด็นในเร็วๆนี้

        ด้านพระฐกฤต กันตธัมโม โฆษกประจำตัว หลวงปู่เณรคำและฝ่ายประชาสัมพันธ์วัดป่าขันติธรรม กล่าวว่า การที่มีการระบุว่าวัดป่าขันติธรรมไม่ได้มีสถานะเป็นวัดนั้น ยอมรับว่าเป็นความจริง และเป็นเจตนาของหลวงปู่เณรคำ เนื่องจากท่านต้องการสร้างสถานที่แห่งนี้ เพื่อสร้างพระแก้วมรกตองค์ใหญ่ที่สุดในโลก เมื่อสร้างเสร็จแล้วไม่ต้องการให้เป็นสมบัติของวัด แต่จะมอบให้เป็นสมบัติของแผ่นดิน ให้สำนักพระราชวังเข้ามาดูแล เมื่อสร้างพระแก้วมรกตเสร็จแล้ว หลวงปู่เณรคำได้บอกไว้ว่าจะขอละสังขารรวมทั้งยุบวัดป่าขันติธรรมให้เหลือไว้เพียงวิหารและพระแก้วมรกต โดยการดำเนินการสร้างพระแก้วมรกตขั้นตอนต่อไปจะมีการนำทองคำน้ำหนัก 9 ตัน มาทำเป็นเครื่องทรงตามฤดูต่างๆด้วย การที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติต้องการเข้ามาตรวจสอบเรื่องเงินบริจาค เข้ามาตรวจสอบได้ แต่อยากให้คุยกับหลวงปู่เณรคำโดยตรงจะดีกว่า

         ส่วนความคืบหน้าการตรวจสอบข้อเท็จจริงของทั้งเรื่องภาพ และเงินบริจาคของหลวงปู่เณรคำ วันเดียวกัน นายวิรอด ไชยพรรณนา ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวว่า ปัญหาตอนนี้ยังไม่สามารถติดต่อหลวงปู่เณรคำได้ เลยยังไม่ทราบแน่ชัดว่าแท้ที่จริงสังกัดวัดไหน และไม่ทราบว่าจะให้เจ้าคณะผู้ปกครองที่ จ.อุบลราชธานี หรือให้เจ้าคณะผู้ปกครองที่ จ.ศรีสะเกษ เชิญหลวงปู่เณรคำมาชี้แจงข้อเท็จจริงทั้งหมด ขณะนี้ทำได้เพียงรวบรวมข้อมูลไว้ทั้งหมด เรื่องบัญชีและการใช้จ่ายเงินบริจาคต้องเชิญผู้เชี่ยวชาญเข้ามาช่วยตรวจสอบด้วย

           ขณะเดียวกัน มีรายงานด้วยว่า นอกเหนือจากเครื่องบินเจ็ตและเฮลิคอปเตอร์ของหลวงปู่เณรคำจะเป็นที่โจษจันกันอย่างกว้างขวางแล้ว ก่อนหน้านี้เมื่อปี 2554 ก็เคยมีลูกศิษย์ซื้อรถโรลสรอยซ์ป้ายแดงให้หลวงปู่ใช้เป็นพาหนะในการเดินทางด้วย โดยช่วงเกิดเหตุการณ์ปะทะตามแนวชายแดน กรณีเขาพระวิหาร ที่ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ส่งผลให้ชาวบ้านในพื้นที่จำนวนมากหนีภัยจากการสู้รบไปอาศัยที่ศูนย์อพยพชั่วคราว ที่ว่าการอำเภอกันทรลักษ์ และเมื่อช่วงสายวันที่ 8 ก.พ.2554 หลวงปู่เณรคำพร้อมพระลูกวัดอีก 3 รูป นั่งรถโรลสรอยซ์ สีดำ ป้ายแดง ทะเบียน 9999 กรุงเทพมหานคร เข้ามาภายในที่ว่าการอำเภอกันทรลักษ์ มีรถตำรวจทางหลวงขับนำ เมื่อถึงด้านหน้าอาคาร มีการปูพรมแดงต้อนรับเมื่อหลวงปู่เณรคำก้าวลงจากรถโรลสรอยซ์คันหรู ได้เดินไปบนพรมแดงเยี่ยมเยียนชาวบ้านที่นั่งรออยู่สองข้างทางและนำพระเครื่องหลวงปู่เณรคำ รุ่นปีกเครื่องบินแจกจ่ายแก่ชาวบ้าน ก่อนเข้าไปในห้องรับรอง เพื่อให้ลูกศิษย์ลูกหาที่เป็นพ่อค้า นักธุรกิจ ถวายเงิน ซึ่งลูกศิษย์ใกล้ชิดที่เดินทางมาด้วยอ้างว่า รถหรูคันดังกล่าวลูกศิษย์ที่เป็นนักธุรกิจในกรุงเทพฯ ซื้อถวายหลวงปู่เณรคำไว้ใช้ยามมีกิจนิมนต์ไปยังสถานที่ต่างๆ และยังโอ้อวดว่าหลวงปู่เณรคำมีนายทหาร ตำรวจ ข้าราชการระดับสูงเป็นลูกศิษย์จำนวนมากอีกด้วย

 

 

 

พระนั่งเจ็ต-ใช้ของหรู ปฏิบัติตัวสวนทางคำสอน

วันจันทร์ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ.2556
 
 
 
           ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 16 มิ.ย. หลังได้รับการเปิดเผยจากนายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กรณีที่ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนจำนวนมากว่า พบเห็นพระสงฆ์บางรูปมีการสะสมพาหนะการเดินทางราคาแพง มีทั้งรถหรู เครื่องใช้ราคาแพง ขณะเดียวกันเมื่อเร็วๆนี้ได้มีการนำภาพ และคลิปวีดิโอพระสงฆ์รูปดังกล่าวที่ประพฤติผิดให้ทางโลกติเตียนเผยแพร่ผ่านทางอินเตอร์เน็ต เว็บไซต์สังคมออนไลน์ชื่อดัง โดยภาพดังกล่าวเป็นภาพพระสงฆ์จำนวน 3 รูป นั่งอยู่บนเครื่องบิน โดยในภาพระบุว่าเป็นเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวของพระสงฆ์ที่อยู่ในรูปดังกล่าว และพระสงฆ์ในรูปยังใช้หูฟังโทรศัพท์มือถือไอโฟน สวมแว่นตาดำ และมีกระเป๋าที่มีผู้ที่นำภาพมาโพสต์ระบุว่าเป็นกระเป๋าแบรนด์ดังยี่ห้อหลุยส์วิตตอง ทั้งนี้ผู้ที่นำภาพมาโพสต์ยังระบุด้วยว่าเครื่องบินลำดังกล่าวลงจอดที่สนามบินอุบลราชธานี แต่ไม่ระบุวันและเวลา แต่ทราบข้อมูลเบื้องต้นว่าเป็นพระชื่อดังใน จ.ศรีสะเกษ ซึ่งขณะนี้ยังไม่ขอเปิดเผยชื่อ

          ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาฯ กล่าวต่อไปว่า แม้จะยังไม่มีการระบุชัดเจนว่าภาพสิ่งของทั้งหมดเป็นของพระรูปที่ถูกอ้างถึงจริงหรือไม่ แต่สิ่งที่เป็นหลักฐานได้ในเบื้องต้นก็คือภาพของพระรูปดังกล่าวที่ถูกนำมาเผยแพร่ทางอินเตอร์เน็ต ล้วนนำมาจากเฟซบุ๊กส่วนตัว และเว็บไซต์ของพระรูปดังกล่าว

           นายนพรัตน์กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ได้ให้เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าวแล้ว พบว่ามีภาพตามที่ถูกร้องเรียนเผยแพร่ผ่านทางอินเตอร์เน็ตจริง จึงได้ให้เจ้าหน้าที่จับตาพระสงฆ์กลุ่มดังกล่าวว่ายังปฏิบัติตนผิดเป็นโลกวัชชะ หรือให้ทางโลกติเตียนอีกหรือไม่ หากพบว่าได้กระทำผิดจริง จะประสานไปยังเจ้าคณะผู้ปกครองพิจารณาลงโทษทันที อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีกระแสของประชาชนที่พบเห็นพระสงฆ์อีกหลายรูปประพฤติตนไม่เหมาะสม อาทิ วัดดังหลายแห่งชอบสะสมรถหรู มีของใช้แพงๆ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลที่ว่าลูกศิษย์จัดซื้อถวายหรือไม่ก็ตาม หากพระสงฆ์รูปนั้นตั้งอยู่ในความสมถะแล้ว คงไม่มีภาพที่มีรถสปอร์ตจอดอยู่ในกุฏิหลายสิบคัน เป็นภาพที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง นอกจากนี้ ยังมีพระสงฆ์บางรูปเผยแพร่พระพุทธศาสนาในทางที่ผิดๆ จากที่เน้นคำสอนกลายเป็นการทรงเจ้าเข้าผี เป็นพุทธพาณิชย์มากเกินไปเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ มีลูกศิษย์เป็นดารานักร้องชื่อดังเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ ตนยังไม่สามารถเปิดเผยชื่อวัดหรือพระสงฆ์ดังกล่าวได้ แต่ได้ตักเตือนไปด้วยวาจาแล้ว