ReadyPlanet.com
dot dot dot
dot

dot
ตราครุฑ




dot
3 วิธีลด “โซเดียม” ในร่างกายฉบับด่วนจี๋ article

            

3 วิธีลด “โซเดียม” ในร่างกายฉบับด่วนจี๋ หลังทานเค็มมากโดยไม่ได้ตั้งใจ

 วันที่ 8 มิถุนายน 2561

         การทานอาหารรสเค็มจัด หรืออาหารที่มีโซเดียมสูง อาจส่งผลร้ายต่อร่างกายของคุณมากกว่าแค่หน้าบวม เพราะอาจทำให้เกิดอาการใจเต้นแรง และเร็ว ไม่ได้บวมแค่หน้า แต่บวมไปทั้งตัว ไปจนถึงไม่สามารถหลับได้สนิทในตอนกลางคืน เป็นผลมาจากความดันโลหิตที่อาจพุ่งสูงขึ้นหลังจากที่ทานอาหารที่มีโซเดียมสูงนั่นเอง (จะยิ่งมีอาการอื่นๆ ชัดเจนยิ่งขึ้น หากคุณมีโรคประจำตัวอย่าง โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคไต โรคหลอดเลือดสมองตีบ โรคหัวใจ เป็นต้น) แต่หากเผลอทานเข้าไปแล้ว แค่นั่งรู้สึกผิดคงไม่ทำให้ร่างกายของเราดีขึ้น เรามาลดปริมาณโซเดียมในร่างกายกันแบบด่วนๆ กันดีกว่า

 

   

   1. ดื่มน้ำตามมากๆ

จากคำแนะนำของ Brierley Horton ผู้อำนวยการศูนย์โภชนาการของเว็บไซต์ Cooking Light.com อาหารรสเค็ม รวมไปถึงอาหารรสจัด จะทำให้ไตของคุณทำงานหนักมากขึ้น ดังนั้นการดื่มน้ำเข้าไปในร่างกายมากขึ้นอีกเล็กน้อบ จะช่วยให้ไตของคุณทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และของเหลวที่เพิ่มมากขึ้นในร่างกายยังช่วยไม่ให้ร่างกาย และใบหน้าของคุณบวมอีกด้วย

        2.  ออกกำลังกาย

 ยังไม่สายไปที่จะกินแล้วรีบออกกำลังกายเผาผลาญพลังงานจากอาหารเหล่านั้นออกไปซะ โดยเฉพาะการลดโซเดียมที่จะถูกร่างกายขับออกมาผ่านเหงื่อที่ไหลออกมาระหว่างการออกกำลังกายนั่นเอง อย่าลืมดื่มน้ำให้เพียงพอ อย่าให้ร่างกายขาดน้ำก่อน และระหว่างออกกำลังกายด้วยล่ะ 

  1. กินกล้วย

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่ากล้วยมีประโยชน์ในแง่ของการเข้าไปช่วยลดปริมาณโซเดียมในร่างกายได้ เพราะกล้วยมีโพแทสเซียมที่ช่วยจัดการกับโซเดียมส่วนเกินในร่างกายนั่นเอง ถ้าไม่ชอบทานกล้วย จะเลี่ยงมาเป็นถั่วขาว ผักใบเขียว หรือมันฝรั่งก็ได้ อย่างไรก็ตามผู้ป่วยโรคไตควรระวังการทานอาหารที่มีโพสแทสเซียม เพราะอาจรบกวนการทำงานของไตได้ ควรปรึกษาแพทย์ประจำตัวก่อนทาน 

ใครที่มีอาการอย่างที่กล่าวไว้ในตอนแรก ว่าหากทางอาหารรสเค็ม หรืออาหารรสจัด แล้วมีอาการต่างๆ มากกว่าแค่หน้าบวม เช่น ตัวบวม ใจเต้น ใจสั่น ปวดศีรษะ กระสับกระส่าย นอนไม่หลับ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อทางออกให้กับร่างกายของตัวเองอย่างถูกต้อง เพราะคุณอาจมีปัญหาในการรับโซเดียมที่ทำให้หัวใจ ไต ระบบไหลเวียนโลหิต และระบบอื่นๆ ในร่างกายทำงานผิดปกติไปก็ได้ อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้เลยทีเดียว เพราะฉะนั้นอย่าประมาทเด็ดขาด 

 www.legendnews.com

 

 




แพทย์ วิสัญญี เภสัชกร ยาแผนปัจจุบัน การดูแลผู้ป่วย สาระน่ารู้เกี่ยวกับโรคต่างๆ

วิธีกำจัดหูดเล็กๆ article
“ไข่ไก่” แก้โรคขี้หลงขี้ลืมคนสูงอายุ article
6 สิ่งที่คุณไม่ควรทำหลังกินอาหารเสร็จ article
วิธีไล่ยุงแบบธรรมชาติ article
แก้ไขภาวะนอนไม่หลับในผู้สูงวัย article
มะเร็ง ใจเสาะ article
ดูให้รู้ : หายปวดเมื่อยด้วยสามท่า article
พยาบาลศัลยกรรม กับ บักปัญญา article
หยุดทุกโรคจากระบบน้ำเหลืองเสีย article
1นาทีพิชิตโรค article
ผลเสียที่เกิดจาก “กินเร็วเกินไป” article
สุขภาพสร้างได้
การดูแลสุขภาพกับ โรคที่ผู้หญิงควรตรวจ
กล้ามเนื้อหัวใจวายเฉียบพลัน
กินยาให้ถูกวิธีง่ายแค่นี้เอง
10 เมนูสุขภาพฟันที่ดี
ลดความเสี่ยงลูกเกิดมาพิการ
โทษของบุหรี่ที่มีผลต่อสุขภาพ
ปวดหัวหนักอาจร้ายแรงกว่าที่คิด
ผ้าอนามัยทำให้เป็นมะเร็งปากมดลูก ข่าวลือ หรือ เรื่องจริง?
อ้วนหรือผอมผิดปกติ อาจเป็นไทรอยด์ก็ได้นะ
นิทานชีวิต เรื่องไต
งูสวัด โรคร้ายใกล้ๆ (9 มิ.ย.60) สโมสรสุขภาพ
แพทย์เตือน บีบจมูก-เม้มปากเวลาจาม เสี่ยงอันตราย 'ลมขึ้นสมอง'
สังเกตุตัวเองก่อนสายเกินไป 12 อาการ ที่บอกว่าตับของคุณใกล้พังแล้ว!



เว็บไซต์ www.legendnews.net ไม่สงวนลิขสิทธิ์ ในการคัดลอกหรือเปลี่ยนเป็นชื่อเว็บของท่าน