ReadyPlanet.com
dot dot
dot

dot
ตราครุฑ




อันตรายจากการงด “มื้อเย็น”

อันตรายจากการงด “มื้อเย็น” ทานอย่างไรถึงจะไม่อ้วน?

 

 

ใครก็ตามที่มีเป้าหมายว่าจะลดความอ้วน ลดน้ำหนัก มักจะลงเอยที่การ “งดมื้อเย็น” บางรายถึงขั้นตั้งเป้าว่าจะไม่ทานอะไรเลยหลัง 6 โมงเย็นเป็นอันขาด และบางรายมื้อสุดท้ายที่ทานคือมื้อกลางวันตอนเที่ยง กว่าจะมีอาหารตกถึงท้องอีกทีก็มากกว่า 12 ชั่วโมงเข้าไปแล้ว นี่มันคือการ “อดอาหาร” ชัดๆ แล้วมันจะดีต่อสุขภาพของเราได้ยังไง จริงไหม

ดังนั้น การงดมื้อเย็น เป็นอันตรายต่อร่างกายแน่นอน ดังนี้

  1. มื้อเย็น เป็นมื้ออาหารที่ทำให้แน่ใจได้ว่าร่างกายได้รับสารอาหารเพียงพอต่อความต้องการใน 1 วันหรือไม่ ภายในมื้อเช้า กับมื้อกลางวัน เราอาจจะยังไม่ได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนมากพอ (อาจจะเกี่ยวเนื่องมาจากเวลาในการทำงานที่บีบรัด ทำให้หลายคนไม่มีเวลาเลือกอาหารที่ดีต่อร่างกายมากพอ) ดังนั้นการเสริมด้วยมื้อเย็นที่เต็มไปด้วยอาหารที่มีประโยชน์ จะช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่จำเป็นได้อย่างครบถ้วนมากยิ่งขึ้น หากงดมื้อเย็นไป ก็อาจทำให้เรามีความเสี่ยงที่จะได้รับสารอาหารที่ดีไม่ครบ หรืออาจจะเผลอทานแป้ง และน้ำตาลมากกว่าผักผลไม้ได้

 

  1. หลังจากช่วงเวลาเที่ยงไปจนถึงเวลาเข้านอน ร่างกายยังคงต้องใช้พลังงานอยู่อีกเยอะ หากเราไม่ทานอาหารในช่วงนี้เลย พลังงานในร่างกายก็จะพร่องลงไปเรื่อยๆ เซลล์ในร่างกายจะปรับตัวในการทำงานไม่ทัน กลไกในการทำงานก็จะพร่องตาม เป็นผลให้ร่างกายขาดความสมดุลได้

 

  1. มื้อเย็น เป็นอีกหนึ่งมื้อที่ช่วยให้ร่างกายได้กระจายมื้ออาหารในแต่ละช่วงออกมาได้อย่างพอดี กล่าวคือ แทนที่จะทานหนักๆ แค่ 2 มื้อ เราก็ทานมื้อที่เบาลง ปริมาณที่น้อยลง แต่แบ่งเป็น 3 มื้อ ซึ่งให้ประโยชน์ต่อร่างกายได้ดีกว่ามาก เช่น หากมื้อเช้าควรทาน 35-40% ของมื้ออาหารตลอดทั้งวัน หรือราวๆ 700 กิโลแคลอรี่ต่อวัน ดังนั้นจะเหลืออีก 800-1,100 กิโลแคลอรี่ เราไม่สามารถทานทั้งหมดได้ภายใน 1 มื้อแน่ๆ และหากทานน้อยเกินไป ร่างกายก็จะไม่ได้พลังงานที่มากพอในการทำกิจกรรมต่างๆ ในชีวิต ไม่ว่าจะการเดินทาง การทำงาน หรือแม้กระทั่งไม่มีแรงจะไปออกกำลังกาย ดังนั้นการแบ่งทานเป็น 3 มื้อยังมีความสำคัญสำหรับคนที่ต้องใช้ร่างกายในการขยับร่างกายเพื่อทำกิจกรรมต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพ

 

ดังนั้น หากใครที่อยากลดความอ้วน ลดน้ำหนัก แต่ก็ไม่อยากทานมื้อเย็นให้อ้วน เรามีวิธีมาแนะนำกัน

Advertisement

ทานมื้อเย็นอย่างไรไม่ให้อ้วน?

  1. จำกัดปริมาณของอาหารในมื้อเย็น ให้เป็นมื้อที่พลังงานต่ำที่สุด หากมื้อเช้าเราทาน 40% หรือราวๆ 700 กิโลแคลอรี่ มื้อกลาววันเราอาจแบ่งทานเป็น 35% หรือราวๆ 600 กิโลแคลอรี่ และแบ่งเป็นมื้อเย็นอีกเพียง 25% หรือราวๆ 500-400 กิโลแคลอรี่ นั่นคือการเน้นหนักที่มื้อเช้า และลดปริมาณลงที่มื้อเย็น สอดคล้องกับหลักนาฬิกาชีวิตที่ในตอนเช้า วันเริ่มต้นของร่างกายจะต้องใช้พลังงานมากที่สุด และควรมีอาหารอยู่ในกระเพาะอาหารในช่วง 7.00-9.00 น. ดังนั้นมื้อเย็นเป็นมื้อที่เราควรทาน แต่อย่าให้เยอะจนเกินไปนั่นเอง

 

  1. การนับจำนวนแคลอรี่เป็นเรื่องยาก แต่เราสามารถกะคาดคะเนด้วยสายตาคร่าวๆ ได้ โดยเลือกว่ามื้อเช้าเราทานเต็ม 1 จานใหญ่ ตอนกลาววันทาน ¾ ของจาน และมื้อเย็นทาน ½ จานก็ได้ และพยายามเลือกอาหารให้ครบ 5 หมู่ในแต่ละมื้อ โดยลดการทานอาหารที่มีไขมันจากสัตว์ แป้ง และน้ำตาลสูงในมื้อเย็น เน้นผักผลไม้ให้มากขึ้น

 

  1. มื้อเย็นควรเน้นเป็นอาหารที่ย่อยง่าย ไขมันต่ำ เช่น โปรตีนจากนม ไข่ ปลา ไก่ และหลีกเลี่ยงอาหารทอด อาหารทะเลที่ย่อยยาก เช่น ลูกชิ้นปิ้ง หมูปิ้ง ไส้กรอกทอด หมูทอด เป็นต้น

 

  1. เลือกทานมื้อเย็นก่อนเวลาเข้านอน 4-6 ชั่วโมง อย่าทานดึกมากจนเกินไป และอย่าทานล่วงหน้านานเกินไปเช่นกัน ช่วงเวลาที่เหมาะสมกับการทานมื้อเย็น คือ 16.00-18.00 น. เพื่อให้เราได้เข้านอนในเวลา 22.00-00.00 น. และอาหารทั้งหมดในท้องย่อยได้เรียบร้อยก่อนล้มตัวลงนอนนั่นเอง ซึ่งการนอนหลังทานอาหาร 4-6 ชั่วโมง ยังช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคกรดไหลย้อนได้อีกด้วย

 

อย่าลืมว่าหลักสำคัญของการลดน้ำหนัก ไม่ได้อยู่ที่การลดมื้ออาหารลง แต่เป็นการควบคุมปริมาณของอาหารที่ทานไม่ให้มีพลังงานมากเกินกว่าที่ร่างกายต้องการใช้ ดังนั้นเมื่อเราลดปริมาณอาหารลงให้พอดี และออกกำลังกายเพื่อสร้างความแข็งแรงให้กับหัวใจ และเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้กระชับได้สัดส่วน เราก็ไม่ควรต้องกังวลกับน้ำหนักที่เป็นเพียงตัวเลขบนตาชั่งอีกต่อไป




ภัย ชีวิตและทรัพย์สินต่างๆ อย่าประมาท เกิดง่าย ดำรงค์ชีวิตยาก การเกิดเป็นทุกข์ในโลก (ระวังๆๆๆๆๆๆๆ

สาวโพสต์นาทีโต๊ะกินข้าวระเบิด article
เตือนภัย สั่งอาหารจากแอปดัง เจอคนส่งแชทหื่น ขอเข้าห้องอ้างมีอารมณ์ทางเพศ article
เตือนภัย โจรสวมไอ้โม่งตระเวนขี่ จยย.เข้าบ้านขโมยของ ไม่เกรงกลัวกฎหมาย article
กองปราบฯ จับสาวหลอกขายหน้ากากอนามัย article
หมอกลงหนาจัด เตือนประชาชนรักษาสุขภาพ article
สวนรอยนักบุญรับเลี้ยงแมว ก่อนฆ่าทิ้ง 12 ตัว อ้างถูกแมวกัด article
ไม่สนโลก! "ผีน้อย" เชียงรายไม่กักตัว คนทั่วไปต้องระวังตัวเอง article
จระเข้วัดโคกสลุด หนีลงน้ำน่าน ล่าสุดจับเจ้าทองดำได้แล้ว article
เตือนภัย ผู้ใช้ ประตูรั้วไฟฟ้า article
เตือนภัย พายุฤดูร้อน 3-5 มี.ค. นี้ article
ตู้นอน บนรถไฟ ผู้หญิงควรระวัง article
อย่าปล่อยเด็ก ให้อยู่คนเดียว article
เตือน 16 ม.ค.ฝุ่นกลับมาฟุ้งอีกครั้ง article
ห้ามใช้มือถือขณะชาร์จ!! เตือนภัยใกล้ตัว article
กองปราบโพสต์เตือน กลโกงใหม่ดูดเงินเกลี้ยงบัญชีในเวลาไม่กี่นาที article
แค่ 2 วินาที ห้ามใจได้ก็ควรห้าม ไม่เช่นนั้น อนาคตของคุณอาจจะเปลี่ยนไปตลอดกาล article
กรมบังคับคดีแจ้งความเพจซื้อขายแมว
หนุ่มเจอกับตัวแฟนโดนยาเสียสาว หมอกอล์ฟ แนะอย่ารับเครื่องดื่มจากคนแปลกหน้า article
วัยรุ่นเขม่นแย่งหญิง ชักปืนยิงคู่อริหน้าผับดับคาที่ article
ทุบโต๊ะข่าว:หนุ่มร้านขนมปัง งง ถูกเด็กช่างบุกแทง แฉกร่างหนักบุกตีเด็กพระจอมเกล้าฯ ซ้ำด่าตร
สิทธิการป้องกันตัวเมื่อเผชิญหน้าคนร้ายนารีกระจ่าง article
โจรกรีดกระเป๋าย่านประตูน้ำ..จนมุม article
อันตรายแค่ไหนหากไม่คาดเข็มขัดนิรภัยในรถ article
จำคุก10ปี ลุงวิศวะยิงนร.ม.4เหตุ"สมัครใจวิวาท” ทนายชี้ ป้องกันตัวไม่เกินกว่าเหตุ article
พลิกตำนานคดี"มรดกเลือด"
เตื่อนภัยสายชาร์จ article
ใช้เกลือกับน้ำลาย ขโมยของในรถ article
โรคมะเร็งกับขวดน้ำพลาสติก article
วิธีเอาตัวรอดเมื่อรถคันเร่งค้าง article
รู้เท่ารู้ทัน : "ไขมันทรานส์" article



เว็บไซต์ www.legendnews.net ไม่สงวนลิขสิทธิ์ ในการคัดลอกหรือเปลี่ยนเป็นชื่อเว็บของท่าน